นครพนม หนุ่มบ้านนอกสลัดสูทจากวิถีเมืองกรุง เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสเลี้ยงกบส่งนอก สร้างรายได้สู่ครอบครัวและชุมชน

9

 ทุกครั้งเมื่อเกิดวิกฤตต่าง ๆ หลายคนเลือกที่จะกลับถิ่นฐานบ้านเกิดเมืองนอนของตน และต้องเริ่มต้นใหม่ในอาชีพ แม้จะมีต้นทุนอยู่แล้วแต่ก็ต้องมีการปรับตัว ซึ่งหลายคนต้องใช้เวลากว่าจะผ่านจุดนั้นมาได้ ขณะที่หลายคนก็มีการวางแผนล่วงหน้า โดยหนึ่งในนั้นก็คือลูกหลานพระธาตุพนม ที่กลับมาพร้อมการเปลี่ยนแปลงอาชีพเสริม สู่การสร้างรายได้ให้ครอบครัวและชุมชน

 นายสันติ สุนีย์ เกษตรกรบ้านดอนแดงหมู่ 8 ตำบลธาตุพนมเหนือ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม อดีตพนักงานบริษัทในเมืองหลวง ที่ผันตัวเองมาสู่วิถีเกษตรกร ซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมของบรรพบุรุษ เปิดเผยว่าในหมู่บ้านตนเองนั้นหลังจากที่ทำนาเสร็จ มีการเลี้ยงกบเป็นอาชีพเสริมอยู่ก่อนแล้ว แต่จะมีระยะเวลาการเลี้ยงอยู่ประมาณ 6 เดือนในรอบ 1 ปี ซึ่งปกติชาวบ้านจะเลี้ยงแล้วมีพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อ บางทีราคาก็มีขึ้นลง บ้างก็ไม่ได้รับความยุติธรรมเพราะบางครั้งตลาดราคายังแพงอยู่แต่เขามารับซื้อราคาถูก ซึ่งปีแรกกลับมาทำก็มองหาตลาดก่อนว่าในโซนอีสานมีที่ไหนบ้าง ก็ไปเสาะหา กระทั่งได้รู้ว่าตลาดไหนเป็นแหล่งใหญ่ที่จะสามารถส่งกบได้จำนวนมาก ๆ จากนั้นก็มาคุยกับชาวบ้าน โดยตนเองจะเป็นตัวกลางในการรับซื้อกบที่ชาวบ้านเลี้ยงอยู่แล้วนำไปจำหน่ายให้ ทำให้ทุกคนได้จำหน่ายกบในราคาที่มีความยุติธรรมมากขึ้น จากนั้นก็มีการรวมกลุ่มกัน พูดคุยกันว่าพอหมดฤดูเลี้ยงกบแล้วจะทำอย่างไรต่อไป เพื่อทำให้ทุกคนมีรายได้ตลอดทั้งปี จึงเป็นที่มาของการคิดที่จะแปรรูปผลิตภัณฑ์จากกบ

โดยในปีนี้เป็นปีแรกที่ทุกคนได้ร่วมกันพัฒนาต่อยอดแนวคิดตรงนี้ จากปกติที่จำหน่ายลูกกบขุนกิโลกรัมละ 100 บาท แต่พอนำมาแปรรูปแล้วราคาจะเพิ่มขึ้นเป็นอีก 1 เท่าตัว คือ กิโลกรัมละ 200 บาท ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ทำจะใช้เนื้อกบล้วนๆ ไม่มีการผสมเนื้อไก่ เนื้อหมู โดยจะนำภูมิปัญญาชาวบ้านแบบโบราณที่ย่างบนเตาถ่านแบบรมควัน จนกว่าจะมีความหอมเข้าเนื้อของเครื่องปรุงสมุนไพร แม้จะเป็นวิธีง่าย ๆ แบบชาวบ้าน แต่รสชาติรับรองว่าอร่อยอย่างแน่นอน ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ทำ จะประกอบไปด้วย ไส้อั่วกบ ไส้กรอกกบ หมกฮวก กบตากแห้ง และหนังกบตากแห้ง

ขณะที่การตลาดก็ได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ทางมหาลัยวิทยาลัยเกษตรศาสตร์สกลนคร ว่าตลาดที่สิงคโปร์และประเทศจีนมีความต้องการอยู่มาก นอกจากนี้ยังพบว่าตลาดของสหรัฐอเมริกากับอังกฤษก็ต้องการเยอะเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะลูกฮวกอบแห้ง กบตากแห้ง หนังกบแห้งและกบย่าง ส่วนราคาเท่าที่สืบมากบตากแห้งจะอยู่ที่กิโลกรัมละเกือบ 3,000 บาท ส่วนลูกฮวกอบแห้งอยู่ที่กิโลกรัมละ 4-5 พัน ดังนั้นทุกคนจึงพยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความสะอาด ได้มาตรฐาน เพราะเชื่อว่าถ้ามีมาตรฐาน มีแพ็คเกจที่ดี นอกจากส่งขายในประเทศได้แล้ว เรายังจะสามารถส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศได้เช่นเดียวกัน

  สำหรับคนที่สนใจผลิตภัณฑ์สามารถเข้ามาติดต่อ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook แฟนเพจ สันติฟาร์มฮวก หรือ facebook สันติ สุนีย์ ซึ่งจะมีข้อมูลอัพเดทให้ดูอยู่เรื่อยๆ ทุกขั้นตอนในการทำ ทั้งการเลี้ยงและการแปรรูปต่าง ๆ

ภาพ-ข่าว ทวี จ.นครพนม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here