นครพนม รำบูชาพระธาตุพนมประเพณีบุญเดือน 11 ไหลเรือไฟนครพนม 64 อลังการสวยงามอ่อนช้อย

12

บริเวณลานธรรมหน้าวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พระเทพวรมุนี ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10/เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมฯ ประธานฝ่ายสงฆ์ และ นายชาธิป รุจนเสรี  ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ นักเรียน นักศึกษา พ่อค้า ประชาชน ได้ร่วมกันประกอบพิธีทางศาสนา และการรำบูชาพระธาตุพนมซึ่งยึดถือปฏิบัติกันมาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของวันออกพรรษาทุกปีจากเหล่านางรำ 8 ชนเผ่ารวม 12 อำเภอ โดยปกติจะมีนางรำไม่น้อยกว่า 1,000 คนร่วมรำบูชา แต่ปีนี้อยู่ในช่วงสถานการณ์โรคโควิด จึงจำกัดจำนวนนางรำไม่เกิน 200 คน ตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนม

โดยนายชาธิป รุจนเสรี ผวจ.ฯ ประธานฯ พร้อมด้วย นายอำเภอธาตุพนม ข้าราชการทุกภาคส่วน ตลอดจนพ่อค้า ประชาชนชาวจังหวัดนครพนม ไปตั้งขบวนแห่บริเวณประตูโขงแล้วเดินเข้าสู่บริเวณ มีระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร จากนั้นผู้ว่าฯถวายเครื่องสักการบูชา กล่าวนำไหว้พระธาตุ ประกอบพิธีทางศาสนาพร้อมกล่าวเปิดงาน และเริ่มการฟ้อนบูชาพระธาตุพนม โดยมีทั้งหมด 6 ชุดการแสดง

ทั้งนี้ เมื่อการฟ้อนรำทั้ง 6 ชุดสิ้นสุดลง ก็มีการเซิ้งอีสานเพื่อเป็นการอนุรักษ์การรำเซิ้งอีสาน โดยเอานางรำทั้ง 6 ชุด 8 ชนเผ่ามารวมกัน และเมื่อสิ้นสุดรำเซิ้งอีสานแล้วเหล่านางรำทั้งหมดจะพากันก้มกราบองค์พระธาตุพนม อันเป็นภาพที่สวยงามและประทับใจยิ่งนัก ซึ่งเป็นการจบอย่างยิ่งใหญ่อลังการที่สุด

โดยการฟ้อนรำบูชาองค์พระธาตุพนม ถือกำเนิดมาตั้งแต่ก่อสร้างพระธาตุพนมในยุคแรก คือสมัยของพระมหากัสสปะเถระ และพญาทั้ง 5 แห่งอาณาจักรศรีโคตบูร กาลต่อมาได้ปรากฏเป็นบันทึกหลักฐานไว้ว่า มีการรำบูชาพระธาตุพนมเช่นเดียวกัน แต่ไม่ได้ทำติดต่อกันทุกปี ซึ่งการรำบูชาองค์พระธาตุพนมในอดีตนั้น สืบเนื่องจากพระธาตุพนมเป็นมหาเจดีย์เก่าแก่อายุกว่า 2,500 ปี สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เป็นที่เคารพบูชาและศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธทั้งสองฝั่งโขงจนถึงปัจจุบัน ด้วยแรงศรัทธาปสาทะในองค์พระธาตุพนม อันมีอยู่ในสายเลือดของคนเหล่านั้น จึงผลักดันให้เกิดการเคารพบูชาในลักษณะต่างกัน ทั้งอามิสบูชา ปฏิบัติบูชา สำหรับอามิสบูชานั้น นอกจากบูชาด้วยดอกไม้ ธูป เทียน และถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแล้ว ยังมีการบรรเลงพิณพาทย์ มโหรี ด้วยการฟ้อนรำในโอกาสอันควรด้วย โดยเชื่อว่าการแสดงออกเป็นกุศล เป็นความดีงามอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ยอมรับของสังคมในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ นายอุทัย นาคปรีชา ขณะดำรงตำแหน่ง ผวจ.นครพนม (2527-2531)  ได้ริเริ่มฟื้นฟูการรำบูชาพระธาตุพนมขึ้นในปี พ.ศ.2530 โดยให้ร่วมกับงานเทศกาลออกพรรษาไหลเรือไฟ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 มีหมายกำหนดงานในภาคเช้า ฟ้อนบูชาพระธาตุพนม บริเวณลานธรรมหน้าวัดพระธาตุพนมฯ ส่วนภาคค่ำก็จะไหลเรือไฟในเขตเทศบาลเมืองนครพนม เพื่อฟื้นฟูประเพณีอันดีงาม และส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยตามนโยบายรัฐบาล โดยมอบหมายให้แต่ละอำเภอ นำศิลปะการแสดงประจำชนเผ่ามาโชว์ กระทั่งถึงปี 2532 นายมังกร กองสุวรรณ เป็น ผวจ.นครพนม คนต่อมา ได้เลื่อนพิธีการรำบูชาพระธาตุพนม ไปเป็นวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 หรือวันตักบาตรเทโวหลังวันออกพรรษา 1 วัน กระทั่งถึงปี 2542 ก็เปลี่ยนให้กลับมารำบูชาพระธาตุพนม ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หรือวันออกพรรษากระทั่งทุกวันนี้

ภาพ-ข่าว ทวี จ.นครพนม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here