นครปฐม เผาต่อเนื่องศพดีเจรุ่นใหญ่ติดโควิดอาการไตวายก่อนดับ หลวงพี่น้ำฝน เข้มการฆ่าเชื้อละเอียด

34

ที่ฌาปนสถาน วัดไผ่ล้อม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ได้รับการประสานเพื่อขอให้มีการจัดพิธีฌาปนากิจศพของนายสุรพล อายุ 62 ปี ดีเจเปิดเพลงในร้านคาราโอเกะ ในกรุงเทพ เป็นการเร่งด่วน เนื่องจากซึ่งเสียชีวิตด้วยสภาวะการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อวันที่ 23 เมษายน 64 ที่ผ่านมา ที่โรงพยาบาลเลิดสิน กรุเทพ

โดยมีอาการปอดอักเสบติดเชื้อ ซึ่งทางวัดไผ่ล้อมได้มีการจัดการเตรียมสถานที่และมีการตรวจความพร้อมของอุปกรณ์และเจ้าหน้าที่ก่อนทำพิธีอย่างรัดกุม ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของภรรยาและบุตรที่มาส่งดวงวิญญาณแบบไม่ทันตั้งตัวมาก่อน โดยเมื่อรถตู้ที่ได้นำโลงศพของนายสุรพลมาถึง ทางวัดได้มีการตรวจคัดกรองและการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อให้กับคนรับรถและพนักงานที่มาด้วยอีกครั้ง เนื่องจากไม่พบว่ามีการสวมชุดป้องกันมาและได้พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่โลงศพที่มีการบรรจุมาแล้วอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ ก่อนจะนำเข้าเตาเผาและทำพิธีทันที ซึ่งพิธีการได้เสร็จสิ้นอ่างรวดเร็วซึ่งทางวัดไผ่ล้อมต้องเร่งเตรียมความพร้อมของเมรุให้มีความพร้อมเร็วที่สุดเนื่องจากช่วงนี้มีการส่งศพเร่งด่วนมาเผาที่วัดทันที ซึ่งทั้งเจ้าหน้าที่และคระสงฆ์ที่จะทำพิธีบังสุกุลจะต้องเตรียมพร้อมด้วยเช่นกัน

นางยุวดี ภรรยาผู้ตาย บอกว่า หลายวันก่อนทราบข่าวว่าสามีเริ่มมีอาการป่วย เจ็บคอ ถ่ายท้องและมีไข้สูง ตนจึงบอกให้ไปพบแพทย์เนื่องจากผู้เสียชีวิตทำงานอยู่ในร้านคาราโอเกะซึ่งเป็นสถานที่เสี่ยง แต่ไม่ได้ไปจึงได้เพียงแต่กินยาบรรเทาอาการ หลังจากนั้นช่วง 3-4 วันถัดมา สามีเริ่มมีอาการหายใจไม่ออก จากนั้นเพื่อนของนายสุรพล สามี ได้พาไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยโรงพยาบาลแรกเพียงแค่ซักประวัติ และให้สามีกลับบ้านเนื่องจากไม่ได้เป็นอะไรมาก และไม่ทราบว่าเป็นอะไร จึงได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลที่ 2 แต่สามีนั้นเริ่มมีอาการไม่ไหวเนื่องจากอาการหายใจไม่ออก เมื่อถึงโรงพยาบาลแล้วจึงทำการอัลตร้าซาวน์ปอดแล้วแจ้งว่าสามีไม่ได้เป็นอะไร จึงได้ให้ยาและกลับมาพักที่บ้าน

นางยุวดี บอกต่อว่า แต่อาการของนายสุรพล นั้นกลับหนักขึ้นภายในวันเดียวทางนายสุรพล ได้โทรมาหาลูกสาวว่าทนไม่ไหวจึงได้บอกให้ลูกสาวไปดู ซึ่งเมื่อไปถึงพบว่ามีอาการทรุดหนักและบอกว่ามีการถ่ายท้อง จึงได้โทรประสานเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิกู้ภัยให้มารับตัวไปส่งโรงพยาบาลเลิดสิน โดยเมื่อมาถึงทางอาสาสมัครบอกว่าอาการคล้ายกับคนป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และทางแพทย์ได้รับตัวไว้และให้ออกซิเจนและตรวจโควิด-19 โดยอีกวันได้บอกว่ามีอาการของระบบไตและมีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเตรียมล้างไตให้ แต่เช้าวันที่ 23 เมษายน ทางโรงพยาบาลได้แจ้งว่าสามีนั้นเสียชีวิตแล้ว หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม เผยว่าการจัดพิธีของนายสุรพล ที่วัดไผ่ล้อม เป็นร่างที่ทางวัดได้เผาผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นรายที่ 7 ซึ่งยิ่งมีเข้ามาถี่มากขึ้น ซึ่งการเผาศพนั้นขอยืนยันว่ามีความปลอดภัยเพราะมีการซีลมาแล้ว 3 ชั้นและมีการฆ่าเชื้อมาแล้วตามหลักการที่ถูกต้อง ก่อนจะใส่โลงศพรวม 4 ชั้น โดยวัดไผ่ล้อมทำมาแล้วซึ่งเลี่ยงไม่ได้ที่จะเผาศพ และเป็นไปตามวัฎจักรของชีวิตคือ เกิด แก่ เจ็บ ตายและขอเป็นกำลังใจให้กับประชาชนและท่านทั้งหลายและให้มีความปลอดภัยทุกท่าน สิ่งเดียวที่จะทำได้ดีที่สุดคือการป้องกันไว้นั่นเอง

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่จะมีการนำศพเข้าเมรุ หลวงพี่น้ำฝน ได้สังเกตเห็นพนักงานขับรถที่มาส่งศพไม่ได้มีการนำสวมชุดป้องกันร่างกายมาจึงได้สอบถามและจัดคัดกรองก่อนเข้ามาทำพิธีพบว่าพนักงานขับรถทั้ง 3 และพระสงฆ์ที่มาด้วยไม่ได้รับการแจ้งว่าศพที่นำมานั้นเป็นผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงได้สั่งการให้หยุดการดำเนินการและตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดอีกครั้ง รวมถึงให้มีการนำชุดป้องกันมาให้พนักงานที่จะยกโลงศพลงจากรถโดยเป็นไปตามมาตรการที่เข้มงวดของวัดไผ่ล้อม พร้อมกับแจ้งให้มีการเข้มเรื่องการฆ่าเชื้อด้วยการพ่นยาฆ่าเชื้อกับบนชุดของพนักงานก่อนที่จะขนศพและกลับออกไปจากวัดไผ่ล้อมด้วย

ภาพ/ข่าว กิตติพงษ์ จันทร์ละมูล ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here