นครปฐม ผู้ป่วยโควิด-19 นครปฐมลดลงอย่างต่อเนื่องวันนี้พบผู้ป่วย 70 รายเสียชีวิต 4 รายผู้ป่วยสะสม31,889 ราย

3

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2564 ที่จังหวัดนครปฐม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าของสถานการณ์โรคโควิด 19 ในพื้นที่จังหวัดนครปฐมนับว่าเป็นข่าวดีมียอดผู้ป่วยโควิด-19 ลดลงมาอย่างต่อเนื่องในวันนี้มียอดผู้ป่วย 70 รายเสียชีวิต 4 รายผู้ป่วยสะสม 31,889 ราย
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐมกลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ ทีม SAT & SRRT & IOพบผู้ป่วยระลอกใหม่ รวมจำนวน 31,889 รายการเฝ้าระวังเชิงรุก 31 รายการเฝ้าระวังเชิงรับ 39 ราย สัญชาติ ไทย 65 ราย อื่นๆ 5 ราย ในจังหวัด นฐ 67 รายนอกจังหวัด 3 ราย คิดเป็นค่าเฉลี่ยการพบผู้ป่วยในช่วง 7 วันที่ผ่านมา117 รายซึ่งมีแนวโน้มการระบาดลดลง สัดส่วนเพศชาย หญิง เท่ากับ 1:1.1มีผู้เสียชีวิต วันนี้ + 4 ราย รวมสะสมผู้เสียชีวิต 531 รายอัตราป่วยตาย = ร้อยละ 1.66กำแพงแสน26รายบางเลน 13 ราย
พุทธมณฑล9 รายสามพราน8 รายดอนตูม5ราย
นครชัยศรี 4 รายเมือง2รายนอกจังหวัด = 3 ราย
ในเรือนจำ = 0 ราย กลุ่มอายุที่พบมากได้แก่ ช่วงอายุ 21-30 ปี รองลงมาคือ 31-40 และ 41-50 ปี ตามลำดับ

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ คือ การดำเนินกิจกรรมรวมกลุ่ม
การติดต่อกันภายในครอบครัวในเพื่อนร่วมงาน สถานประกอบการต่างๆ การติดตามมาตรการ วิเคราะห์แนวโน้มในทุกอำเภอและแนะนำประชาชนปฏิบัติตนตามแนวคิด Universal Prevention
ได้แก่ออกจากบ้านเมื่อจําเป็นเท่านั้นเว้นระยะห่างจากคนอื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร ในทุกสถานที่สวมหน้ากากอนามัยและทับด้วยหน้ากากผ้าตลอดเวลา ทั้งที่อยู่ในและนอกบ้านที่มีคนมากกว่า 2 คนล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่หรือแจลแอลกอฮอล์ทุกครั้ง ก่อนรับประทานอาหาร หลังใช้ส้วม ไอจาม หรือสัมผัสวัตถุ/สิ่งของ ที่ใช้ร่วมกันหลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าที่สวมใส่อยู่ รวมทั้งใบหน้า ตา จมูก ปาก โดยไม่จําเป็นผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ผู้ที่อายุมากกว่า 60 ปี และผู้มีโรคเรื้อรัง หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน เว้นแต่จําเป็น(น้อยครั้งและใช้เวลาสั้นที่สุด)ทําความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ถูกสัมผัสบ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้หรือสิ่งแวดล้อมด้านกายภาพแยกของใช้ส่วนตัวทุกชนิด ไม่ควรใช้ของร่วมกับผู้อื่นเลือกทานอาหารที่ร้อนหรือปรุงสุกใหม่ ควรทานอาหารแยกสําหรับ หากทานร่วมกันให้ใช้ช้อนกลางส่วนตัวหากสงสัยว่าตนเองมีความเสี่ยง เช่น สัมผัสผู้ที่อาจติดเชื้อ หรือมีอาการ ควรได้รับการตรวจด้วย ATK บ่อย ๆ เพื่อยืนยันว่ามีการติดเชื้อหรือไม่ หรือไปรับการตรวจรักษาที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน

ขณะนี้พบการติดเชื้อคนในครอบครัว เพื่อนร่วมงานสูงถึงร้อยละ 54 ดังนั้น ทุกองค์กร หรือครอบครัวขอให้ใส่หน้ากากอนามัยให้บ่อยที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยเฉพาะในที่ทำงานขอให้ใส่หน้ากากอนามัยตลอด และอย่ากินข้าวร่วมกัน และอยู่ในบ้านที่มีผู้สูงอายุขอให้ใส่หน้ากากอนามัยทุกครัง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here