นครปฐม ปกครองพุทธมณฑล สนธิกำลัง รวบแก๊งปลอมเป็นพระ

5

นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมได้สั่งการให้  นายกองโท ดร.กิตวิชัย ไชยพรศิริ นายอำเภอพุทธมณฑล พร้อมด้วย  นายอดุลกิตติ์ อินแก้ว ปลัดอำเภอ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง นายพรชัย โพธิ์ทองนาค ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองสนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.พุทธมณฑล ลงพื้นที่ตรวจสอบกลุ่มบุคคลสัญชาติกัมพูชาแอบอ้างเป็นพระภิกษุสงฆ์ บริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 4 ซอยเทศบาลตำบลศาลายา 29  หลังจากมีประชาชนร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงค์ธรรมจังหวัดนครปฐม

โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่พบว่ามีชายแต่งกายคล้ายพระจำนวนมากมาสร้างที่พักอาศัยในป่าร้าง หมู่ที่ 3 ซอยเทศบาล ต.ศาลายา 29 ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม จึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่สำนักพุทธศาสนาอำเภอพุทธมณฑล ตำรวจ สภ.พุทธมณฑล และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองกำนันพร้อมผู้ใหญ่บ้าน นำกำลังไปยังจุดหมายดังกล่าว

ที่เกิดเหตุ เป็นซอยทางเข้าสวนผักชาวบ้านประมาณ 100 เมตร สองฝั่งทางเป็นที่รกร้างป่าหญ้าขึ้นเนื้อที่กว่า 200 ไร่ จุดแรกห่างจากริมถนนไป 50 เมตร เป็นร่องสวนผักเก่าพบผ้าใบกันฝนผูกยึดติดกับต้นไม้ไว้ เป็นลักษณะกระท่อมชาวนา มีจำนวน 30 หลัง ขณะเจ้าหน้าที่เข้าไปถึงชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์ที่นั่งอยู่ในกระท่อมต่างแตกตื่นและส่งเสียงร้องเป็นภาษากัมพูชา ก่อนวิ่งหนีเข้าป่าและฝ่าลงน้ำคลองหนีไป เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ 1 คน ขณะผ้าเหลืองที่นุ่งห่มกายไปเกี่ยวกับหนามป่าไว้ จึงนำมาสอบสวน เบื้องต้น สอบสวนได้ความว่า อ้างเป็นพระมาจากกัมพูชา เคยถูกจับกุมแต่งคล้ายพระ เมื่อกลางปีที่ผ่านมา โดยถูกส่งตัวผลักดันกลับประเทศไปแล้ว แต่มาต้นปีที่ผ่านมาได้ชวนพรรคพวกเพื่อนเข้ามาอีก มาพักใกล้กับที่เดิม

และโดยการจับกุมได้ในครั้งนี้อยู่ในเขตพื้นที่รอยต่อระหว่างเขตพื้นที่อำเภอพุทธมณฑล กับ พื้นที่เขตทวีวัฒนา กทม. โดยมีพฤติการณ์แต่งกายคล้ายพระสงฆ์ออกบิณฑบาตรับปัจจัยในเขตทวีวัฒนา กทม. และเขต อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม มีพฤติกรรม ไม่รับอาหาร ขอรับแต่ปัจจัย (เงิน) เป็นส่วนใหญ่ และจากการตรวจสอบภายหลังทราบว่าพื้นที่จับกุมเป็นเขตพื้นที่ของเขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ   จึงประสานสถานีตำรวจนครบาลธรรมศาลา และส่งมอบตัวผู้ที่ถูกจับกุม ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาลธรรมศาลา เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

จากนั้นได้ลงพื้นที่ไปพื้นที่ใกล้กัน พบเป็นลักษณะเดียวกันคือใช้ผ้าใบผูกกับต้นไม้สร้างเป็นที่พัก รวม 50 หลัง เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบไม่พบผู้อาศัย แต่พบร่องรอยการวิ่งหนีเข้าป่าไป บางรายวิ่งหนีลงไปในบ่อน้ำ ขณะเจ้าหน้าที่ตรวจค้นอยู่ พบพระภิกษุสงฆ์สัญชาติไทยจำนวน 4 รูป เข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมรถยนต์ จำนวน 2 คัน โดยอ้างว่ามาอาศัยเพื่อความสะดวกในการรักษาตัวที่โรงพยาบาลในท้องที่กรุงเทพฯ จึงส่งมอบให้เจ้าหน้าที่จากสำนักพุทธศาสนา นิมนต์ไปวัดโกมุทพุทธรังสี เพื่อให้พระผู้ใหญ่สอบสวนดำเนินการต่อไป

ภาพ-ข่าว THAIREFERENCE จ.นครปฐม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here