ตำรวจ ชุมพรนำตัวไวยาวัจกรวัด จี้ชิงทองทำแผน

21

จากกรณีคนร้ายเป็นชายวัยฉกรรจ์อายุปราณ 30-40 ปี ใช้อาวุธปืนบุกเดี่ยวปล้นทองรูปพรรณหนัก 80 บาท ที่ร้านทองเยาวราช แยกเป็นทองของร้าน 75 บาท ทองรูปพรรณที่ลูกค้านำมาจำนำอีก 5 บาท รวมมูลค่าทองคำทั้งหมดราคา 2,481,750 บาท ภายในห้างสรรพสินค้า สาขาชุมพร ตำบลวังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร ขณะลงมือมีกล้องวงจรปิดจับภาพคนร้ายขณะก่อเหตุไว้ได้ หลังก่อเหตุขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ 100 เอส สีน้ำเงิน-เทา ไม่ติดแผ่นป่ายทะเบียนหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 20 ต.ค.64 ที่ผ่านมา จนเวลาผ่านไปนานกว่า 1 เดือน แล้วคนร้ายยังลอยนวล ตามข่าวที่ได้เสนอแล้วนั้น

พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ รอง ผบช.ภ.8  พ.ต.อ.ภาณุเดช ณ พัทลุง รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร รรท.ผกก สภ.เมืองชุมพร พ.ต.อ.ธานี นาคหกวิค ผกก.สส.ภ.จว.ชุมพร พร้อมชุดจับกุมแถลงผลการจับกุมคนร้ายคดีจี้ชิงทองในห้างบิ๊กซี สาขาชุมพร ได้แล้วคือ นายดล หรือดล ภาสุขเจริญ อายุ 38ปี ไวยาวัจกร วัดเขาแก้ว  หมู่ 5 ตำบลนากระตาม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร จากการตรวจค้นในบ้านของผู้ต้องหาเบื้องต้นพบตั๋วจำนำจากร้านทองนอกพื้นที่จำนวน 13 ใบ รวมน้ำหนักทองคำรูปพรรณที่จำนำกว่า 20 บาท และสร้อยคอ 21 เส้น น้ำหนัก 21 บาท พร้อมกับแหวน ต่างหู สร้อยคอ ของลูกค้าที่นำมาจำนำอีก 5 บาท หมวกโม่งไหมพรม สีดำและสีเทา 2 ใบ ซุกซ่อนอยู่ในบ้านของผู้ต้องหา เลขที่ 111 หมู่ 5 ตำบลนากระตาม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร

ทั้งนี้พฤติกรรมการจับกุมสืบเนื่องจากตำรวจชุดสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางทางที่คนร้ายขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปสิ้นสุดหายที่บริเวณใกล้กับวัดปากแพรก หมู่ 2 ตำบลนากระตาม อ.ท่าแซะ ซึ่งอยู่ห่างจากวัดเขาแก้ว หมู่ 5 ตำบลนากระตามประมาณ 10  กิโลเมตร ส่วนด้านหลังของวัดทั้ง 2 แห่ง มีลำคลองไหลผ่าน จึงได้จัดชุดประดาน้ำออกค้นหารถจักรยานยนต์ ช่วงระหว่างวัดปากแพรกถึงวัดเขาแก้ว ซึ่งคาดว่าคนร้ายอาจจะนำรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุไปจมทิ้งไว้ในคลองดังกล่าว

  จากการค้นหารถจักรยานยนต์มาจนถึงคลองใกล้หลังวัดเขาแก้ว เจ้าหน้าที่สังเกตว่าทั้งเจ้าอาวาสวัดและพระลูกวัดเขาแก้ว รวม 4 รูป มีพฤติกรรมน่าสงสัย เข้าไปอยู่ในกุฎิไม่ออกมาดูและให้ข้อมูลใด ๆกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประกอบกับมีชาวบ้านแจ้งว่าวัดดังกล่าวทั้งเจ้าอาวาสและพระลูกวัดมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จากนั้นตำรวจชุดสอบสวนภูธรจังหวัดชุมพร และชุดสืบสวนภูธรภาค 8 จึงเฝ้าติดตามพฤติกรรม

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบทรัพย์สินของวัดเขาแก้ว ปรากฏว่ามีการแก้ไขตัวเลขในสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร เมื่อนำไปตรวจสอบกับธนาคารมีเงินฝากในบัญชีหายไป 1,070,000 บาท (หนึ่งล้านเจ็ดหมื่นบาท) ต่อมาวันที่ 19 พ.ย.64 เจ้าหน้าที่จึงเรียก นายดล ภาสุขเจริญ อายุ 37 ปี ไวยาวัจกร วัดเขาแก้ว มาสอบสวนเพราะเป็นผู้รับผิดชอบถือบัญชีและเป็นผู้เบิกจ่ายเงินวัด โดยนายดลรับสารภาพว่าได้นำเงินวัดไปใช้ส่วนตัวจริง พร้อมกับควบคุมตัวไปตรวจค้นที่บ้านพักซึ่งอยู่ไม่ไกลวัดมากนัก

 จากการตรวจค้นบ้านบ้านนายดลไวยากรวัดเขาแก้วเข้าหน้าที่ถึงกับผงะเมื่อพบตั๋วจำนำจากร้านทองนอกพื้นที่จำนวน 13 ใบ รวมน้ำหนักทองคำรูปพรรณกว่า 20 บาท และทองรูปพรรณอีกจำนวนกว่า 20 บาท ซุกซ่อนอยู่ใต้หลังคาบ้าน ซึ่งเป็นทองของร้านทองเยาวราช ภายในห้างสรรพสินค้า สาขาชุมพร ที่ถูกปล้นไป แต่ยังจับคนร้ายไม่ได้ เจ้าหน้าที่จึงเค้นสอบ จนนายดลยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือบุกเดี่ยวเพียงลำพังคนเดียว โดยวางแผนก่อเหตุ 1 สัปดาห์ ส่วนรถจักรยานยนต์ได้ไปขโมยมาจากพื้นที่ตำบลใกล้เคียง แล้วสั่งซื้อเสื้อมาใส่ ส่วนอาวุธเป็นท่อนเหล็กยาว 1 ฟุต ใส่ในถุงกระดาษอ้างเป็นปืน ขณะบุกจี้ชิงทองในห้างสรรพสินค้า สาขาชุมพร เมื่อวันที่ 20 ต.ค.64 ที่ผ่านมา เนื่องจากตนเองติดการพนันคาบาราออนไลน์อย่างหนักจนต้องโกงเงินวัดมาเล่น และวางแผนบุกจี้ชิงทองคำในห้างเพื่อจะนำเงินมาใส่บัญชีคืนให้วัดจนมาถูกจับดังกล่าว

ส่วนทองรูปพรรณของกลางอีกจำนวนหนึ่งผู้ต้องหายังไม่ยอมเปิดปากบอกอ้างว่าจี้ชิงมาได้เท่าที่ตำรวจตรวจไม่ปักใจเชื่อ ก่อนจะส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีชิงทรัพย์โดยมีอาวุธโดยปิดบังใบหน้าหรือทำด้วยประกาศอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำใบหน้าได้ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชุมพร

ล่าสุดตำรวจ  นำโดย พล.ต.ต.วิรุฬห์  สุวรรณวงศ์ ผบก.ภ.จว.ชุมพร พ.ต.อ.ธานี นาคหกวิค ผกก.สส.ภ.จว.ชุมพรได้นำตัวนายดล ภาสุขเจริญ อายุ 38ปี ไวยาวัจกร วัดเขาแก้ว ไปทำแผนประกอบรับคำสารภาพที่ร้านทองชั้น 2 ภายในห้างสรรพสินค้า สาขาชุมพร โดยนายดล ได้สวมใส่โม่งไหมพรมปิดบังใบหน้า สวมเสื้อสีเขียว นุ่งกางเกงวอร์มขายาวสีดำ สามทับกางเกงยีนส์ ขับรถจยย.มาจอดด้านใกล้ประตูทางเข้าออกหลังห้าง หลังจากนั้นเดินขึ้นบันไดเลื่อนมุ่งหน้าไปที่ชั้น 2 พร้อมกับนำท่อเหล็กที่เตรียมมาเอาถุงพลาสติดมาห่อหุ้มให้ท่อโผล่ออกมาเล็กน้อยเพื่อให้เข้าเป็นว่าเป็นปลายกระบอกปืน

หลังจากนั้นเดินปรี่เข้าไปที่ร้านทองในลักษณะเดินขาเป๋ โดยให้ตำรวจหลงเข้าใจว่าเป็นคนขาเป๋จริงๆ พร้อมกับบอกพนักงานขายทองซึ่งเป็นหญิงสาวว่า “ไม่ต้องส่งเสียง ส่งทองมาถ้าไม่อยากเจ็บตัว  ไม่ต้องส่งสัญญาณนะ เอาทองจำนำมา และยื่นถุงกระดาษให้พนักงานสาว ให้เวลา 10 วินาทีหลังจากนั้นได้นับย้อยหลัง ก่อนจะเอาทองที่อยู่ในถุงกระดาษวิ่งสวนทางกับทางลงบันไดเลื่อนชั้น 1ไปที่จอดรถจยย.ก่อนจะถอดกางเกงวอร์มและเสื้อออกมาใส่ไว้ใต้เบาะจยย.ก่อนเร่งเครื่องขับหนีไป ก่อนตำรวจจะติดตามตัวกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมายและแถลงข่าวเมื่อวันวันที่ 21พ.ย.ที่ผ่านมา ตามที่เป็นข่าวไปแล้วภายหลังทำแผนประกอบรับคำสารภาพเสร็จก็นำตัวผู้ต้องหากลับสภ.เมืองชุมพร ก่อนนำตัวฝากขังศาลจังหวัดชุมพรต่อไป

ทั้งนี้พ.ต.อ.ธานี  นาคหกวิค  ผกก.สส.ภว.ชุมพร กล่าวว่า “สามารถติดตามทองของกลางมาได้ตามจำนวนที่ผู้ต้องหารับสารภาพ น้ำหนักกว่า 40 บาท ส่วนที่เหลือก็จะดำเนินการติดตามต่อ คดีดังกล่าวได้รับการคลี่คลายและสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้สืบเนื่องจากได้ไปหารถจยย.ที่คาดว่าคนร้ายน่าจะเอาไแทิ้งไว้ในคลิงใกล้วัดเขาแก้ว แต่ด้วยเหตุที่ไปสอบสวนสืบสวนคดีการเงินของวัดจึงเป็นที่มาของการจับกุมตัวผู้ต้องหาในครั้งนี้”

ภาพ-ข่าว ประสิทธิ์ ลีฬหคุณากร จ.ชุมพร รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here