ตำรวจชัยภูมิ หิ้วโจรจี้ชิงสร้อยคอทองคำ49เส้น ทำแผน ยังพบทองหายไปอีก 7 เส้น เร่งติดตาม

12

พล.ต.ต.ฉลอง สุขจันทร์ ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ พร้อมด้วย พ.ต.อ.อิทธิโชค เกิดผล รอง ผบก.ฯ, พ.ต.อ.วัฒนชัย จันทาทุม ผกก.สภ.เมืองชัยภูมิ, พ.ต.อ.นิรันดร์ คิดบรรจง ผกก.สส.ฯ, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชัยภูมิได้แถลงข่าวผลการจับกุมตัวนายสิทธิโชค  อายุ 30  ปี  ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาทองรูปพรรณเข้าไปกวาดเอาทองน้ำหนัก2 สลึงจำนวน 31 เส้น 1 บาท จำนวน 49 เส้น น้ำหนักรวม 509.2 กรัม หนักกว่า 33 บาท คิดเป็นเงิน 988,250 บาท ห้างทองในห้างสรรพสินค้า สาขาชัยภูมิ มาแถลงข่าว

จากนั้น พ.ต.อ.วัฒนชัย จันทาทุม ผกก.สภ.เมืองชัยภูมิและพนักงานสอบสวน ได้นำตัวนายสิทธิโชค  ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่บริเวณร้านทองที่เกิดเหตุ  โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชัยภูมิ และชุดสืบสวน ภ.จว.ชัยภูมิกว่า 20 นาย ควบคุมตัวผู้ต้องหาก่อเหตุไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางประชาชนที่ยืนดูเหตุการณ์จำนวนมาก

โดยเริ่มตั้งแต่บริเวณหน้าร้านทองฯที่คนร้ายทำทีมานั่งเล่นและดูลาดเลา กระทั่งสบโอกาสปลอดคนเห็นบริเวณหน้าห้างทองดังกล่าวฯไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย   จึงเกิดอารมชั่ววูบ ชักฆ้อนออกจากกระเป้าแล้วเดินถือฆ้อนเข้าไปภายในร้านฯก่อนจะบอกกับพนักงานขายทองว่านี้คือการปล้น ก่อนที่คนร้ายจะกระโดดข้ามเคาน์เตอร์ตู้เก็บทองรูปพรรณเข้าไปกวาดเอาสร้อยคอทอง น้ำหนัก2 สลึงจำนวน 31 เส้น 1 บาท จำนวน 18 เส้น รวม 49เส้น น้ำหนักรวม 509.2 กรัม หนักกว่า 33 บาท คิดเป็นเงิน 988,250 บาทไป ก่อนที่จะกระโดดออกจากร้านฯแล้ววิ่งออกไป บริเวณลานจอดรถจักรยานยนต์และ พบว่าคนร้ายวิ่งออกไปขับรถจยย.กษง-708 ชัยภูมิ สีเทาดำ สังเกตป้ายทะเบียนหลบหนีไป  โดยใช้เวลาทำแผนประมาณ 30 นาที จึงเสร็จแล้ว จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหากลับมาสอบต่อที่ สภ.เมืองชัยภูมิ

โดยผู้ต้องหาให้การว่า ในวันเกิดเหตุ เกิดอารมณ์ชั่ววูบอยากได้เงินมาซื้อยาเสพติดและไว้ใช้จ่าย จึงตัดสินใจลงมือก่อเหตุปล้นทอง และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมได้ในเวลาต่อมาดังกล่าว และทองที่ปล้นมาได้ได้นำไปใส่ถุงแล้วเอาไปเก็บไว้บนหลังตู้เสื้อผ้าในห้องนอนของตน และตนยังไม่ได้เอาทองที่ปล้นได้ไปขายแต่อย่างใดเมื่อเจ้าหน้าที่มาจับกุมได้ตรวจยึดไปทั้งหมดแล้วและในการปล้นครั้งนี้ตนได้ทำแต่เพียงคนเดียว

โดย พล.ต.ต.ฉลอง สุขจันทร์ ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ เปิดเผยว่า ร้านทองอยู่บริเวณใกล้ปากทางเข้าออกของห้าง ถือเป็นจุดสุ่มเสี่ยงของการก่อเหตุอาชญากรรม ดังนั้น ทางร้านจะต้องมีมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด  ขณะที่ห้างสรรพสินค้าต่างๆ จะต้องมีส่วนร่วมในการช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยติดกล้องวงจรปิดทั้งในและนอกห้าง ซึ่งการจับกุมผู้ต้องหาในครั้งนี้มาจากความร่วมมือของประชาชนที่เห็นข่าวออกทางสื่อโซเชียลเห็นภาพคนร้านและแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ทราบและเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายฝ่ายที่ช่วยกันแกะรอยคนร้ายจนสามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้ในที่สุด

ขอบคุณ ภาพ-ข่าว วิรัตน์ ดวงแก้ว ผู้สื่อข่าว จ.ชัยภูมิ รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here