ด่านความมั่นคงชุมพรรวบขบวนการค้าแรงงานต่างด้าวชาวไทย 3 คนพร้อมชาวกัมพูชาอีก 12 คน สารภาพทำมาแล้ว 2 ครั้ง เพราะตกงาน

6

พ.ต.ต.ชาตรี กรองจันทร์ สว.สืบสวน สภ.ท่าแซะ จ.ชุมพร พร้อมด้วย ร.ท.สมโภชน์ วิเชียรรัตน์ หน.ชป.กอ.รมน.จ.ชุมพร หลังตรวจพบพิรุธรถยนต์  SUV สีขาว ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน กฉ 2274 พระนครศรีอยุธยา กับรถยนต์กระบะตอนครึ่ง สีดำ ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน 2 ฒอ8507 กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน 64 ที่ผ่านมา ขับขี่ตามกันผ่านด่านขึ้นลงไปมาหลายครั้ง และล่าสุดเพิ่งผ่านด่านขึ้นไปทางกรุงเทพฯเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา  จึงได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ประจำด่านความมั่นคง ออกตั้งด่านตรวจบริเวณหน้าด่านตรวจบ้านพละ ถนนเพชรเกษม ขาล่องใต้ ม.3 ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร

จนกระทั่ง ได้มีรถยนต์กระบะตอนครึ่ง สีดำ ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน 2 ฒอ8507 กรุงเทพมหานคร ขับเข้ามาในด่าน โดยมีรถยนต์  SUV สีขาว ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน กฉ 2274 พระนครศรีอยุธยา ขับตามมาติดๆ จึงได้เรียกรถทั้งสองคันเข้าจอดริมถนนเพื่อทำการตรวจสอบ  ทราบชื่อนายมาลีกี่ หามะ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 75/1 หมู่ที่ 4.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เป็นผู้ขับรถกระบะ และมีนางSOME PART HET อายุ 37 ปี ชาวกัมพูชา ซึ่งเป็นภรรยาของนายมาลีกี่ นั่งมาด้วยด้านเบาะซ้าย ส่วนรถยนต์ SUV ทราบชื่อรุสลี อายุ 34 ปี เป็นคนขับ ส่วนภายในรถด้านหลังซึ่งมีการถอดเบาะนั่งออก เจ้าหน้าที่พบชาวกัมพูชาจำนวน 12 คน นั่งอัดกันมาแน่นเหมือนปลากระป๋อง   เบื้องต้นไม่สามารถนำเอกสารมาแสดงต่อเจ้าพนักงานได้   จึงได้ควบคุมตัวทั้งหมดมาภายในด่าน ฯพร้อมประสาน พ.ต.ต.สันติ มณีรัตน์ สว.ตม.จว.ชุมพร มาร่วมสอบสวนปากคำในครั้งนี้

จากการถามนายเม้ง ฮะอืน อายุ 27 ปี ชาวกัมพูชา ให้การว่า พวกตน ได้เดินทางมาจาก จ.กำปงจาม ตามเส้นทางธรรมชาติ แล้วลอบเข้ามาในประเทศไทย แถวบ้านแหลม จ.สระแก้ว หลังจากนั้น ก็จะมีนำไปซ่อนตัวในป่า ไม่รู้บริเวณไหน เพื่อรอรถยนต์มารับไปที่กรุงเทพฯโดยจะอยู่รวมกัน จนมีหลายคน  แล้วก็จะมีนายหน้า มารับไปส่งยังทางชายแดนใต้ เพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศมาเลเซีย โดยพวกตนจะเสียค่านายหน้าหัวละ 1 หมื่นบาท

 ในขณะที่ นายมาลีกี่ และนายรุสลี ได้ให้การรับสารภาพว่า พวกตนเดิมที มีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง อยู่ที่ จ.นราธิวาส แต่ต่อมา สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด ทำให้งานลดน้อยลง จนแทบไม่มีงานจ้างให้ทำ บังเอิญที่ได้รู้จักกับ นายมะ(นามสมมุติ)ได้ติดต่อให้ มาวิ่งขนแรงงานชาวกัมพูชา โดยจะได้ค่าเสี่ยงเป็นเงิน 1 หมื่นบาท สำหรับรถนำ และรถขนแรงงานเถื่อน ก็จะได้ 1 หมื่น 5 พันบาท ตนเองเลยตัดสินใจรับงานเพื่อความอยู่รอด ส่วนนางSOME PART HET ซึ่งเป็นภรรยาชาวกัมพูชา นั้น จะเป็นล่ามแปลภาษาในระหว่างการเดินทางทั้งสอง ยังให้การว่า ซึ่งพวกตนทำกันมา 2 ครั้งแล้ว โดยคนว่าจะไปรับชาวกัมพูชา  บริเวณห้องเช่าแถวเพชรบุรีตัดใหม่ จ.กรุงเทพฯ แล้วจะนำชาวกัมพูชาทั้งหมด ไปส่งใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยจะมีนายหน้ามารับต่อ แต่ไม่ทันจะไปถึงก็มาถูกจับเสียก่อน

 เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายมาลีกี่ นางSOME PART HET นายรุสลี และชาวกัมพูชา ทั้ง 12 คน ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านมาบอำมฤต เพื่อลงบันทึกการจับกุมไว้ก่อน หลังจากนั้นจะได้นำตัวทั้งหมด ไปกักกันตัว รอตรวจหาเชื้อโควิด19 ที่ กองร้อย ตชด.414 (ท่าแซะ) ตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด จำนวน 14 วัน แล้วจะแจ้งข้อกล่าวหา นายมาลีกี่ นางSOME PART HET นายรุสลี ร่วมกันนำพา ซ่อนเร้นบุคคลต่างด้าวเข้าราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย และกล่าวหาลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักร โดยผิดกฎหมายกับชาวกัมพูชา ต่อไป//

ภาพ-ข่าว ประสิทธิ์ ลีฬหคุณากร จ.ชุมพร

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here