ช่วยด้วย! ชาวนาโคราชร้องขอความเป็นธรรม ยื่นฟ้องกรมชลประทานบริหารจัดการน้ำพลาด หลังน้ำท่วมหนักเสียหายกว่า 30 ล้าน

6

ที่ศาลปกครองนครราชสีมา นายวีรวิทย์ เชื้อจันอัด อายุ 42 ปี เจ้าของฟาร์มแช่มชื่นโฮมสเตย์ ตำบลตาจั่น อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา พร้อมชาวบ้านที่เดือนร้อน ซึ่งเป็นเกษตรกรในพื้นที่ อำเภอคง อำเภอพิมาย และ อำเภอโนนสูง จำนวน 11 ราย ได้มารวมตัวนัดฟ้องคดีและนำเอกสารหลักฐานภาพถ่ายยื่นฟ้องกรมชลประทานและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นผู้ถูกฟ้องคดี เพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย กรณีกรมชลประทานบริหารจัดการน้ำผิดพลาด ทำให้เกิดน้ำท่วมขังพื้นที่บ้านพักอาศัยและแปลงเกษตรกร ได้รับความเสียหาย รวมมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท โดยถือป้ายข้อความระบุว่า “ขอความเป็นธรรมจากศาลปกครองให้ชาวนา จากความผิดพลาดในการจัดการน้ำของเขื่อนลำเชียงไกร โปรดช่วยเราด้วย” “โปรดช่วยเยียวยาด้วย รอมาเป็นปีแล้วแต่หายเงียบและเงียบหาย กรมชลประทานไม่รับผิดชอบ” โดยมีนายฉัตรชัย เอมราช ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากผู้ฟ้องคดีหมายเลขดำที่ 259-269/2565

นายวีรวิทย์ เชื้อจันอัด ชาวบ้านผู้เสียหาย เปิดเผยว่า พื้นที่แหล่งทำกินของผู้ฟ้องคดีตั้งอยู่นอกเขตประกาศแจ้งเตือนภัย เมื่อเกิดเหตุอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่าง อำเภอโนนไทย ทรุดเมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้น้ำไหลทะลักท่วมฟาร์มปลาทับทิมขนาด 20 ตัน กุ้ง 5 ตัน รวมทั้งอุปกรณ์เครื่องจักรกล บ้านเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ ได้รับความเสียหาย สาเหตุเกิดจากการบริหารจัดการน้ำผิดพลาดส่งผลให้ประชาชนที่มีที่บ้านและทำกินตั้งอยู่ท้ายอ่างได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ประชาชนเป็นผู้เสียภาษีต้องสิ้นเนื้อประดาตัวมีภาระหนี้สินจำนวนมาก จึงต้องพึ่งศาลปกครองดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งยังมีผู้ได้รับความเดือดร้อนกว่า 100 ราย ไม่กล้าออกมาต่อสู้และบางรายอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานยื่นฟ้องเรียกร้องขอความเป็นธรรม ก่อนหน้านี้ตนและพวกได้พยายามเรียกร้องตามสิทธิขั้นพื้นฐาน โดยกรมชลประทานได้บ่ายเบี่ยงเลี่ยงบาลีมาตลอด

นางจำรัส เข็มณรงค์ อายุ64ปี ชาวบ้าน ตำบลกระเบื้องใหญ่ อำเภอพิมาย เล่าว่า นาข้าว 21 ไร่ ของตนอยู่นอกเขตพื้นที่แจ้งเตือนภัยน้ำท่วม ตนเองจึงประสบปัญหาน้ำท่วมมา3ปี ล่าสุดกำลังเก็บเกี่ยวผลผลิตแต่ถูกมวลน้ำทำลายเสียหายกว่า 2 แสนบาท จึงเดือดร้อนมาก ก่อนหน้าที่ไม่กล้าออกมาร้องเรียน เพราะว่ากรมชลประทานเป็นของหน่วยงานรัฐ ชาวบ้านคงไม่มีปัญญาสู้ได้ แถมยังโดนหน่วยงานรัฐข่มขู่ถ้าออกมาร้องเรียนจะไม่ได้ค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ1000บาท ก็ต้องยอม เพราะดีกว่าไม่ได้อะไรเลย แต่มาวันนี้ตนเองสุดจะทนมีทั้งรายจ่ายในครอบครัว และเงินที่ใช้ลงทุนในการทำนา ที่หน่วยงานที่เกี่ยวยังไม่มาดูแลผ่านมาเป็นปีแล้ว อยากจะฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเวลาฤดูแล้งก็ไม่ปล่อยน้ำมาช่วยชาวนา แต่พอฤดูกาลน้ำหลากก็ผลักดันน้ำลงในพื้นที่ของชาวนา จนได้รับผลกระทบ

ด้านนางสะอิ้ง คุณยายวัย89ปี ชาวบ้านที่เดือดร้อน เล่าว่า โดนน้ำท่วมมาแล้ว3ปีซ้อน หลังๆมาทำไม่ไหว จึงให้ลูกๆมาช่วยทำ เคยเจอน้ำท่วมมาหลายครั้ง แต่ไม่หนักเหมือนปี54 นาข้าวเสียหายทั้งหมด23ไร่ ได้รับการเยียวยาบางส่วนจากเกษตรแต่ยังไม่เพียงพอกับการซื้อปุ๋ยและเมล็ดพันธ์ข้าวที่จะทำนาในปีต่อไป จึงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลด้วย..

ภาพ-ข่าว อภิรักษ์ ศรีอัศวิน ผู้สื่อข่าว จ.นครราชสีมา

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here