ชุมพร เจ้าของร้านข้าวแกง ปรับตัวในยุคโควิดเปลี่ยนอาชีพมาเลี้ยงกระต่ายเนื้อส่งขาย สร้างรายได้หลักให้กับครอบครัว

9

นางสาวปัทมา ประดิษฐ์  อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 159 หมู่ 4 ต.นาทุ่ง อ.เมือง จ.ชุมพร เปิดเผยกับผู้สื่อ ข่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยเปิดร้านขายข้าวแกง จำพวกเมนูอาหารป่า และกระต่ายคือหนึ่งในเมนูอาหารที่ขาย และขายดี ลูกค้าชอบรับประทานมาก แต่ในช่วงที่โรคโควิดระบาดหนักในจังหวัดชุมพร โดยมีมาตราการไม่ให้นั่งทานอาหารที่ร้าน จึงจำเป็นต้องปิดร้าน และในช่วงนั้น คิดอยากจะเลี้ยงกระต่ายเนื้อไว้ทำเนื้อขาย จึงได้ศึกษาการเลี้ยงกระต่ายและสายพันธุ์ จนกระทั้งทราบว่ามีกระต่ายดำภูพาน เป็นสายพันธุ์เนื้อที่ดีที่สุดสามารถเลี้ยงได้ทุกภูมิภาคของประเทศไทย และเห็นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากระราชดำริ ที่จังหวัดสกลนคร มีการให้สายพันธุ์กระต่ายดำภูพาน เอามาเลี้ยงในครัวเรือนเพื่อให้เป็นที่มาของอาหาร โดยข้อดีของกระต่ายดำภูพานคือ เป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ ข้อดีคือเลี้ยงง่าย  โตได้ทุกสภาพอาหาร อุดมด้วยโปรตีน แต่กว่าจะได้กระต่ายดำภูพานมา นาน จึงได้นำเข้ากระต่ายสายพันธุ์นิวเซียแลนด์ไวท์ มาจากประเทศมาเลเซียเอาเลี้ยง

นางสาวปัทมา กล่าวว่า ต่อมาตนเองก็รับได้กระต่ายดำภูพานมา จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่คิดจะต่อยอดว่าทำยังไงให้มีรายได้จากการเลี้ยงกระต่ายที่ได้เนื้อที่ดี รสชาติตรงตามความต้องการของตลาด  จึงค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต ทางยูทูป  เริ่มทดลองผสมพันธุ์ โดยนำกระต่ายตัวเมียพันธุ์นิวซีแลนด์ไวท์ ซึ่งมีลักษณะขนสีขาวตลอดทั้งตัว ตาสีแดง หน้าสั้น เป็นกระต่ายขนาดใหญ่ ลำตัวยาว ให้ลูกดกและเลี้ยงลูกเก่ง เป็นแม่พันธุ์ที่ดี   มาผสมกับกระต่ายดำภูพาน ซึ่งข้อดีของกระต่ายดำภูพานคือเนื้อมีความอร่อย นุ่ม ปรุงอาอาหารรสชาติดี  แต่เนื้อกระต่ายพันธุ์นิวซีแลนด์ไวท์จะมีรสชาติเปรี้ยว และเนื้อจะไม่เหนียวนุ่ม เมื่อเอาสองสายพันธุ์นี้มาผสมกันก็จะได้เนื้อกระต่ายที่มีคุณภาพ และที่สำคัญกระต่ายดำภูพานจะมีกล้ามเนื้อหลังที่แข็งแรง เมื่อเอามาผสมกับนิวซีแลนด์ไวท์ที่มีลำตัวยาวก็จะได้เนื้อกระต่ายที่มากขึ้น และอนาคตกำลังที่จะเอากระต่ายพันธุ์เฟลมมิชไจแอนท์ มาผสมเพื่อจะได้กระต่ายที่ตัวโต ได้น้ำหนัก 

การผสมพันธุ์กระต่ายนั้นต้องเริ่มตนจากการศึกษาหาจุดเด่น ข้อดี จุดด้อย ของกระต่ายในแต่ละสายพันธุ์ เพื่อให้ได้กระต่ายที่ดี และเป็นที่ต้องการของตลาดในระหว่างที่ตนเองยังไม่ได้ปิดร้านข้าวแกง และก็ได้เริ่มเลี้ยงกระต่าย ควบคู่กันไปด้วย เมื่อได้กระต่ายเนื้อสายพันธุ์ผสม ก็ได้ลองนำเอากระต่ายเนื้อสายพันธุ์มาทำเป็นอาหารเมนูต่างๆ เช่น ผัดเผ็ด ทอดกระเทียมพริกไทย ลูกค้าชื่นชอบและขายดีมากเมื่อขายดีจึงมองว่าจะทำยังไงจึงจะสามารถผลิตกระต่ายเนื้อให้เพียงพอต่อตลาด จึงได้เชิญชวนให้กับคนที่สนใจอยากเลี้ยงกระต่ายไว้เพื่อเป็นอาชีพเสริม”นางสาวปัทมา กล่าว

นางสาวปัทมา กล่าวต่อว่า การผสมพันธุ์ของกระต่ายนั้น ก็ค่อยๆศึกษา เรียนรู้ และเมื่อได้กระต่ายที่ผสมพันธุ์จนได้ลูกกระต่ายที่มีคุณภาพแล้ว ก็เริ่มผสมพันธุ์กระต่ายให้กับคนที่สนใจอยากจะเลี้ยงกระต่ายเพื่อเป็นอาชีพเสริม โดยเมื่อนำเอาไปเลี้ยงและมีลูกกระต่ายที่โตเต็มวัยพร้อมจะจำหน่ายนั้น ตนเองก็จะซื้อลูกกระต่ายคืนมาในราคากิโลกรัมละ 120- 150 บาทขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ที่ผสม ว่าเป็นลูกผสมกระต่ายพันธุ์อะไร ซึ่งตอนนี้ตนเองพยายามขยายเครือข่ายไม่ว่าในจังหวัดชุมพร หรือต่างๆจังหวัด ทั่วทุกภาค เพื่อให้ตลาดเนื้อกระต่ายขยายกว้างมากขึ้น และให้คนหันมาบริโภคเนื้อกระต่ายมากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันตนเองก็ได้แปรรูปเนื้อกระต่ายส่งขาย โดยราคาเริ่มต้นที่ 300 บาท  โดยเริ่มขายให้กับร้านอาหารป่า ไม่ว่าจะเป็นในจังหวัดและต่างจังหวัด ก็สามารถจัดส่งให้ได้เช่นกัน หรือหากมีลูกค้าที่สนใจอยากจะนำเนื้อกระต่ายไปประกอบอาหาร ตนเองก็จะแนะนำเนื้อที่เหมาะสมกับเมนูที่อยากทำ ซึ่งเนื้อกระต่ายนั้นเรียกได้ว่าเป็นอาหารทางเลือกเผื่อสุขภาพที่กำลังเป็นที่นิยม

 นางสาวปัทมา กล่าวต่อว่าหากใครสนใจที่อยากจะเลี้ยงกระต่ายไว้เพื่อเป็นอาชีพเสริมนั้น สามารถติดต่อสอบถามมาที่ตนเองได้ พร้อมที่จะให้คำแนะนำรวมถึงจำหน่วยแม่พันธุ์พร้อมผสมให้เพื่อนำไปเลี้ยงและเมื่อได้ลูกก็ยินดีซื้อคืนเพราะกระต่ายสามารถท้องและให้ลูกได้รวดเร็ว เมื่อได้ลูกแล้วก็นำมาขุนอาหารให้ได้อายุประมาณ 2-3 เดือนก็สามารถคัดขายได้แล้ว ในการเลี้ยงกระต่ายสามารถไม่ยุ่งยากและไม่ต้องใช้พื้นที่ในการเลี้ยงมาก เพราะตนเองก็ใช้พื้นที่บริเวณข้างบ้าน ซึ่งบ้านก็เป็นหมู่บ้านจัดสรร เพราะกระต่ายไม่มีเสียงดังรบกวนคนอื่น ในส่วนของกลิ่นนั้นก็จะต้องทำความสะอาดบ่อยๆ และที่สำคัญการเลี้ยงการให้อาหารไม่ได้ยุ่งยาก สามารถให้กินหญ้าแห้ง และอาหารเม็ดซึ่งเป็นอาหารหมูเสร และหากใครสามารถหาต้นไม้ใบหญ้าได้ก็จะสามารถลดต้นทุนในการเลี้ยงกระต่ายได้มากยิ่งขึ้น

หากใครสนใจที่อยากจะเลี้ยงกระต่าย หรืออยากศึกษาเรื่องการเลี้ยงกระต่ายเนื้อ และที่สำคัญหากใครอยากจะลองชิมเนื้อกระต่าย ที่กำลังเป็นที่นิยมและเป็นที่ต้องการของตลาด สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ คุณแต้วกระต่ายเนื้อชุมพร เบอร์ 080-6993613  เฟสบุ๊ค Taew  Pattama Pradid//

ภาพ-ข่าว ประสิทธิ์ ลีฬหคุณากร/ ชุมพร

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here