ชุมพร หนุ่มแฉหวิดสูญเงินครึ่งแสนให้แก๊งตุ๋นหลอกจะฝากงานเป็นอาจารย์ใน ม.การกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตชุมพร โชคดีไหวตัวทัน

31

นายณฐพล อบรม อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 236/3 หมู่ที่ 7 ตำบลวังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาตนเองได้รู้จักกับผู้ชายคนหนึ่งทางแอพๆหนึ่ง โดยผู้ชายคนดังกล่าว ซึ่งทราบชื่อภายหลังคือ นายเบญจา ทินกร มีบ้านพักอาศัยอยู่ที่ สหกรณ์ ซอย 2 เขตเทศบาลเมืองชุมพร และอ้างตนเองอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตชุมพร พร้อมชวนตนเองให้ไปทำงาน ที่มหาลัยด้วยกัน ในตำแหน่งฝ่ายจัดกิจกรรม ที่กำลังขาดอยู่ในขณะนี้ ซึ่งตนเองได้พยายามสอบถามถึงรายละเอียดต่าง ทั้งอายุที่มากเกิน 30 ปี เพราะส่วนใหญ่ราชการจะไม่รับ แต่นายเบญจา บอกว่า ไม่มีปัญหา ตนเองฝากเข้าทำงานมาแล้ว 10 กว่าราย ตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงต้นปีที่ผ่านมา โดยทุกคนไม่ต้องสอบ สามารถบรรจุเข้าทำงานได้เลย

นายณชพล กล่าวว่า  ตนเองก็ยังบอก ว่า วุฒิการศึกษา จบจากการศึกษานอกโรงเรียนระดับ ม.ปลาย ทางนายเบญจา ก็ยังบอกว่า ไม่มีปัญหาโดยอ้างว่า ตนเองได้รับความไว้วางใจจาก รองอธิการฯให้เป็นผู้จัดการทุกอย่างในมหาวิทยาลัยแห่งนี้  แต่ทั้งนี้ทุกคนที่ได้รับเข้าทำงาน จะต้องเสียค่าใช้จ่าย ในบางส่วนเพื่อดำเนินการ โดยสำหรับตนเองนั้น นายเบญจา บอกว่า ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 31,900 บาท น้อยกว่าทุกคนเนื่อง จากตำแหน่งนี้หาคนที่เหมาะสมยากมาก ต้องเป็นคนที่ชายไม่ใช่ หญิงไม่เชิง ทำให้ตนเองรู้สึกดีใจที่จะได้ทำงานเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยฯจึงคล้อยตามไป

 นายณชพล กล่าวต่อว่า และยิ่งนายเบญจา ได้อ้างตัวบุคคลในองค์กร อีก 2-3 คน พร้อมโทรศัพท์พูดคุยกับบุคคลทั้ง 2-3 คนให้ได้ยินต่อหน้า ทำให้เชื่อถือ และรับปากว่าจะเข้าทำงาน พร้อมจะนำเอกสารหลักฐานต่างๆและวุฒิการศึกษามามอบไปให้ และขอเวลาไปรวบรวมเงินจำนวนดังกล่าวมาให้ จนกระทั่งวันที่ 21 มิถุนายน 64 ได้มีหนังสือส่งมาจากสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชุมพร ลงเลข มกช.04147.086/237  หัวเรื่อง แจ้งตอบรับเข้าเป็นบุคลากร เรียน นายณชพล อบรม พร้อมแนบเอกสารแบบตอบรับ แบบฟอร์มประวัติส่วนตัว ใบแสดงค่าใช้จ่ายและใบสมัครสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ โดยเนื้อหาในหลังสือฉบับนี้ แจ้งว่า ด้วยทางมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติฯได้ปรับปรุงหลักสูตรและแผนการเรียนการสอนเข้าสู่ยุคทิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบตามนโยบายของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการะทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม พร้อมปรับโครงสร้างองค์กรในมหาวิทยาลัย …

ในการนี้ ทางมหาวิทยาลัยฯจึงขอตอบรับเข้าเป็นบุคลากร ประจำปีงบประมาณ 2565 โดยขอให้ท่านดำเนินการกรอกเอกสาร พร้อมแนบ สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ใบแสดงผลการเรียนพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องส่งเอกสารผ่าน อาจารย์เบญจา ทินกร กลับมายังมหาวิทยาลัยฯภายในวันที่ 22 มิถุนายน 2564และดำเนินการชำระเงินตามวันเวลาที่แจ้งในใบแจ้งค่าใช้จ่าย และลงชื่อพร้อมลายเซ็น ระบุ นายสุวิชาญ แก้วสิริมา ตำแหน่งหัวหน้างานบุคคล รักษาราชการแทน รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตชุมพร       

 นายณชพล ยังกล่าวว่า ตนเองมารู้สึกแปลกๆในหนังสือที่ส่งมา และยังมาเจอ นายเบญจา ทินกร และผู้หญิงอีกคน ที่อ้างชื่อว่า น.ส.ศรัณฉัตร อัมพรหฤทัย หรือหน่อย เป็นเจ้าหน้าที่ ทั้งโทรศัพท์และทักไลน์มาทวงถามเรื่องเงินและเร่งรัดให้ไปไว้เป็นหลักฐานก่อน เพื่อทำหลักฐานเป็นใบเสร็จในการยืนยัน เข้ารับเป็นบุคลากร ตลอดทั้งวัน จนรู้สึกผิดปกติจึงได้เดินทางมาสอบถามยังมหาวิทยาลัยฯจนทราบว่าไม่มีการรับสมัครใดๆทั้งสิ้น และบุคคลทั้งหมด ไม่ว่านายเบญจา ทินกร และ น.ส.ศรัณฉัตร อัมพรหฤทัย ก็ไม่มีอยู่ในสาระบบของอาจารย์และเจ้าหน้าที่ในมหาวิทยาลัยฯแต่อย่างใด นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายคนเดินทางมาสอบถามเช่นเดียวกัน จึงได้รู้ว่าตนเองเกือบตกเป็นเหยื่อถูกแก๊งต้มตุ๋นหลอกเกือบเสียเงินเกือบ 4 หมื่นบาท จึงเข้าแจ้งความแต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เหตุผลว่ายังไม่เกิดความเสียหาย จึงให้ลงบันประจำวันเป็นหลักฐานไว้ก่อน

ด้านนายณัฐกร หงส์เจริญกุล รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติวิทยาเขตชุมพร เปิดเผยว่า สำหรับนายณชพล อบรม ซึ่งถือว่าเป็นล่าสุด ที่ถูกหลอกว่าได้รับเข้าทำงานเพราะก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 64 ได้มีบุคคลทั้งชายและหญิง จำนวนมาก ไม่ต่ำกว่า 15 ราย เดินทางมาพร้อมนำเอกสารหลักฐานต่างๆมายื่นต่อฝ่ายบุคคล เพื่อรายงานตัว ทำให้ฝ่ายบุคคลของมหาวิทยาลัย ถึงกับมึนงง เนื่องจากมหาวิทยาลัย ยังไม่มีการเปิดรับสมัครในตำแหน่งใดๆทั้งสิ้น

ชุมพร หนุ่มแฉหวิดสูญเงินครึ่งแสนให้แก๊งตุ๋นหลอกจะฝากงานเป็นอาจารย์ใน ม.การกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตชุมพร โชคดีไหวตัวทัน อาสาไทยยืนยัน Thai Reference

รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยฯ กล่าวว่า ตนเองหลังจากทราบเรื่องจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล ก็ได้เชิญทั้งหมด ขึ้นมาในห้องประชุมเพื่อสอบถาม จนทราบว่า ทุกคนถูกแก๊งต้มตุ๋น ซึ่งมีนายเบญจา ทินกร เป็นหัวโจกหลัก อ้างตนเป็นอาจารย์ คอยทำหน้าที่ติดต่อ ว่านล้อมเหยื่อ และมีตัวประกอบอีก 3 คน ประกอบด้วย น.ส.ศรัณฉัตร อัมพรหฤทัย หรือหน่อย  อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการ จัดการเรื่องเอกสารสำคัญ นายสุวิชาญ แก้วสิริมา อ้างตัวเป็นรักษาราชการแทน รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตชุมพร ส่วนอีกคนไม่ทราบชื่อ อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ส่วนกลางจาก จ.ชลบุรี จะคอยโทรศัพท์มาพูดคุยกับคนในแก๊งต่อหน้าเหยื่อเพื่อให้หลงเชื่อ ว่า ได้มีการติดต่อจากส่วนกลาง ซึ่งถือว่าเป็นมืออาชีพมาก แม้แต่เอกสารต่างๆที่ทำออกไป เป็นระบบ เป็นขั้นตอน และแจกแจงได้ละเอียด จนน่าเชื่อถืออย่างมาก

ชุมพร หนุ่มแฉหวิดสูญเงินครึ่งแสนให้แก๊งตุ๋นหลอกจะฝากงานเป็นอาจารย์ใน ม.การกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตชุมพร โชคดีไหวตัวทัน อาสาไทยยืนยัน Thai Reference

รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยฯ กล่าวต่อว่า เมื่อตรวจดูเอกสารและการให้ปากคำ จึงไม่แปลกเลย ที่ทุกคนจะตกเป็นเหยื่อ หลงเชื่อในกลอุบายของแก๊งนี้ได้อย่างไม่เฉลียวใจ ซึ่งแต่ละคนที่สอบถามต้องเสียเงินให้กับแก๊งนี้ไป ตกรายละ 5 หมื่นบาท ไปจนถึง 3 แสนบาท ซ้ำร้ายบางคนมีงานทำอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นครู เป็นพยาบาล และทำงานอยู่ในบริษัท แต่เพราะต้องการเปลี่ยนงาน เลยต้องกลายเป็นคนตกงานไปเพราะหลงเชื่อมิจฉาชีพ แก๊งนี้

ชุมพร หนุ่มแฉหวิดสูญเงินครึ่งแสนให้แก๊งตุ๋นหลอกจะฝากงานเป็นอาจารย์ใน ม.การกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตชุมพร โชคดีไหวตัวทัน อาสาไทยยืนยัน Thai Reference

นายณัฐกร หงส์เจริญกุล รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติวิทยาเขตชุมพร กล่าวต่ออีกว่า หลังจากที่ได้สอบถามพูดคุยและบันทึกปากคำไว้เป็นหลักฐานเพื่อรายงานต่อผู้บังคับบัญชาเบื้องบนแล้ว ตนพร้อมผู้เสียหายทุกคน ได้เดินทางแจ้งความ เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ กับนายเบญจา ทินกร พร้อมพวก ในส่วนตนนั้นได้แจ้งฐานปลอมแปลงเอกสารทางราชการ และเป็นการกระทำที่สร้างความเสื่อมเสียให้กับมหาวิทยาลัย  ส่วนผู้เสียหายทั้งหมด ได้แจ้งฐานฉ้อโกง ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร เพื่อติดตามมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

ภาพ-ข่าว ทีมข่าว THAIREFERENCE /ชุมพร

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here