ชุมพร ชาววังตะกอยื่นหนังสือร้องให้ตรวจสอบการทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ

4

นายกิตติ อนันต์แดง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 12 ต.วังตะกอ อ.หลังสวน จังหวัดชุมพร พร้อมด้วยตัวแทนชาวบ้านกว่า 100 คน เดินทางมายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เรื่อง ติดตามการตรวจสอบการทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ของสวนป่าหลังสวน มีการแจ้งว่าจะมีการทำไม้ยางพาราในพื้นที่วังตะกออีกกว่า 700 จึงทำให้ชาวบ้านมีความกังวลในการใช้พื้นที่ เนื่องจากสภาพพื้นที่มีลักษณะลาดชัน หากมีการโค่นต้นยางพาราและปรับพื้นที่ จะกลายสภาพเป็นภูเขาหัวโล้นหากเกินฝนตกหนักติดต่อกันจะทำให้เกินน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม อาจเกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ได้ โดยมี นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นผู้รับหนังสือดังกล่าว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชุมพร และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชุมพร

 นายกิตติ อนันต์แดง กล่าวว่า สวนป่าหลังสวน สังกัดองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งอยู่หมู่ที่ 12 ตำบลวังตะกอ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เป็นผู้รับผิดชอบสวนป่าโครงการ 2 ที่ปลูกตามเงื่อนไขสัมปทานทำไม้ขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าพะโต๊ะ ปังหวาน และป่าปากทรง ท้องที่ตำบลหาดยาย เทศบาลตำบลวังตะกอ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ซึ่งองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป) ได้รับมอบให้ดูแลรักษา และใช้ประโยชน์สวนป่าที่ปลูกตามเงื่อนไขสัมปทาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ดูแล รักษา และใช้ประโยชน์พื้นที่เขตป่าเศรษฐกิจ (ZONE E) ตามที่กรมป่าไม้ได้ดำเนินการกำหนดขอบเขตการใช้ประโยชน์ทรัพยากรที่ดินและป่าไม้แล้ว แต่จากการตรวจสอบน่าเชื่อว่าการเข้าทำประโยชน์ในเขตป่า ของสวนป่าหลังสวนในสังกัดองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) มีความไม่ชอบด้วยกฎหมาย และประชาชนในพื้นที่ยังวิตกกังวลถึงผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นกับชุมชนเหมือนที่ผ่านมา หากหน่วยงานรัฐ ยังไม่ดำเนินการตามกฎ ระเบียบ ข้อตกลง และกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องต่างๆ โดยยืดถือความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และผลประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลัก

บัดนี้ล่วงเวลามามากกว่า 3 ปี หลังจากยื่นหนังสือเพื่อให้ตรวจสอบ จนกระทั่งได้รับแจ้งจากทางผู้รับเหมาว่าจะมีการทำไม้ยางพาราในพื้นที่วังตะกออีกกว่า 700 ไร่ และได้สอบถามไปทางสวนป่าหลังสวนพบว่ากำลังดำเนินการเตรียมเปิดให้ประมูลไม้ยางพาราจริง จึงขอติดตามทวงถามมาเพื่อทราบผลการตรวจสอบพร้อมทั้งขอสำเนาเอกสารการดำเนินการของสวนป่าหลังสวน สังกัดองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 เนื่องจากพื้นที่ที่สวนป่าหลังสวน ในสังกัดองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ได้ถือครองอยู่ในปัจจุบันนั้น มีสภาพพื้นที่จำนวนมากมีลักษณะลาดชัน หากมีการตัดโค่นต้นยางพาราและปรับพื้นที่ จะกลายสภาพเป็นภูเขาหัวโล้นหากเกิดฝนตกหนักติดต่อกันจะทำให้เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ได้ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาในปี พ.ศ. 2547 ได้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาแล้ว กล่าวคือ เกิดเหตุน้ำบำไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ลงทับถมในลำห้วยจนตื้นเขิน รวมทั้งก้อนหินดินทรายไหลหลากลงมาทับถม ทำให้ทรัพย์สินของประชาชนและเส้นทางสัญจรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ซึ่งสาเหตุสืบเนื่องมาจากการตัดโค่นต้นไม้ เผาทำลายและปรับพื้นที่ด้วยเครื่องจักรขนาดใหญ่ขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ณ ขณะนั้น โดยมิได้ให้ความเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจนเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและแหล่งทรัพยากรแต่อย่างใด ดังนั้น จึงขอความอนุเคราะห์ข้อมูลเอกสาร เพื่อใช้ประกอบการเรียกร้อง ให้สวนป่าหลังสวน สังกัดองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ดำเนินการตามระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาไว้ซึ่งความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชนและผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก

 ขณะที่ นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ได้รับหนังสือดังกล่าว พร้อมกล่าวว่า ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานควบคุมดูแลป่าสงวนแห่งชาติ ตามกฎหมายขอให้ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจังหวัดชุมพร ทำหนังสือแจ้ง อ.อ.ป. ให้ชะลอการรื้อถอนการตัดโค่นออกไปก่อน จนกว่าจะได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ปรากฏชัดเจน รวมทั้งข้อมูลเอกสารต่างๆ ที่ได้ชาวบ้านร้องขอมา โดยให้เวลาดำเนินการ 15 วัน ต้องตั้งกรรมการแล้วเสร็จและตรวจสอบของมูลเบื้องต้นให้ได้ เพื่อสรุปข้อเท็จจริงและให้คำตอบแก่พี่น้องประชาชน/

ภาพ-ข่าว ประสิทธิ์ ลีฬหคุณากร/ ชุมพร

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here