ชุมพร ชาวบ้านแจ้งต่างด้าวใช้เส้นทางธรรมชาติ หลบหนีเข้าไทย

7

ร.ต.อ.สุรเขษฐ์ ชุมดำ หน.ชุด ชปข. กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 414 (ท่าแซะ)ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ว่า คืนนี้จะมีขบวนการลักลอบขนแรงงานเถื่อนจากประเทศเมียนมา  หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ผ่านทางช่องทางธรรมชาติ เข้ามาในพื้นที่ หมู่ที่10 บ้านสันตินิมิตร ต.รับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร จึงได้รายงาน พ.ต.อ.กิจตัณศักดิ์ เกี้ยวเพ็ง ผกก.ตชด.41 ให้ได้ทราบก่อนวางแผนการจับกุม พร้อมรุดไปจัดกำลังวางชุดสังเกต การณ์บริเวณเขื่อนน้ำล้น   และกระจายกำลังชุดจู่โจม ดักซุ่มรออยู่บริเวณริมถนนทั้ง 2 ฝั่ง  

เจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงรถและมองเห็นแสงไฟหน้ารถในระยะไกล ขับมาจากทางฝั่งชายแดนไทย-เมียนมาร์ เพื่อจะเข้าเส้นทางหมู่บ้านสันตินิมิตร ชุดจับกุมสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นรถขนส่งแรงงานต่างด้าว ขับตามกันมา 2 คัน ตามที่สายลับแจ้ง จึงนำรถของเจ้าหน้าที่ออกไปขวางทางเพื่อสกัดกั้นการหลบหนี พร้อมส่งสัญญาณไฟให้หยุดรถ และแสดงตนเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เมื่อคนขับรถทั้ง 2 คัน รู้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงพยายามถอยรถเพื่อหลบหนี ชุดจับกุมจึงติดตามไปอย่างกะชั้นชิด จนรถยนต์ทั้ง 2 คัน เกิดเสียหลักตกลงข้างทาง เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการจับกุมตัวคันขับรถยนต์ได้ 1 คน คือนายรวีชาติ ซึ่งเป็นคนขับรถยนต์ กระบะยี่ห้ออีซูชุ ดีแม็ก ตอนครึ่ง สีบอร์นเงิน หมายเลขทะเบียน 2 ณก4809 กรุงเทพมหานคร ส่วนคนขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ TOYOTA วีโก้ ตอนครึ่งกระบะหลังคาแครี่บอย สีบอร์น ทอง หมายเลขทะเบียน กธ 1372 ภูเก็ต ทราบชื่อคือนายเบียร์ อาศัยความมืดหลบหนีไปได้

จากการตรวจสอบภายในรถยนต์ทั้ง 2 คัน พบแรงงานต่างด้าว นั่งอัดแน่นกันมาในอยู่แค๊ปและกระบะหลัง ทั้ง 2 คัน  จำนวน 44 คน แยกเป็นชาย 24 คน หญิง 20 คน อายุตั้งแต่ 10-44 ปี ไม่พบเอกสารประจำตัวบุคคลต่างด้าว ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรโดยถูกต้องตามกฎหมายจากเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมือง แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนายรวีชาติ คนขับรถ พร้อมแรงงานต่างด้าวทั้งหมดและรถยนต์ของกลางมาที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 414(ท่าแซะ)เพื่อคัดแยกและสอบสวน

จากการซักถาม นายรวีชาติ  ให้การว่า ตนเองกำลังจากเดินทางไปหาภรรยา ที่ จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อมาถึง อ.บางสะพานใหญ่ นายเบียร์(ไม่ทราบชื่อจริงและที่อยู่ ได้โทรศัพท์ติดต่อมาหาตน เพื่อจะให้มาช่วยชนแรงงานต่างด้าวสักเที่ยว บริเวณบ้านเนิน 491 เพื่อมาส่งที่ถนนเพชรเกษมเท่านั้นแล้วจะมีคนมารับต่อ โดยจะได้รับค่าจ้างจ้างเป็นเงิน 12,000 บาท  และตนไม่รู้จักว่าบ้านเนิน 491 นั้นอยู่ที่ไหน นายเบียร์ ได้โทรศัพท์บอกเส้นทางตลอดทาง จนถึงจุดรับต่างด้าว  ซึ่งรถคันของนายเบียร์ มีแรงงานต่างด้าวขึ้นแน่นรถแล้ว จำนวน 22 คน และเหลืออีก 22 คน ได้เดินมาขึ้นรถของตนเอง จนเต็มแล้วขับออกมาได้ไม่กี่กิโลเมตร ก็มาถูกจับกุมดังกล่าว

ในขณะที่สอบถามนายเพี้ยว ซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวที่สามารถฟังและพูดภาษาไทยได้ ให้การว่า เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.64 พวกตนได้เดินทางมาจากจังหวัด ย่างกุ้ง,ทวาย,บอละแม ประเทศเมียนมาร์ และมาพักอยู่ในหมู่บ้านฝั่งพม่า 1 วัน 2 คืน จากนั้นมีคนพม่าซึ่งตนไม่รู้จักชื่อ ได้ทยอยนำต่างด้าวทั้งหมดข้ามมาฝั่งไทย โดยเดินลัดเลาะมาตามแม่น้ำและมารอขึ้นรถอยู่ที่ข้างถนน โดยจะเดินทางไปที่ จ.สมุทรปราการ และ กทม. เพื่อไปทำงาน โดยพวกตนต้องจ่ายค่านายหน้าคนละ 21,500 บาท

จากข้อเท็จจริงทั้งหมดพิจารณาแล้วเห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นความผิด จึงได้ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับ นายรวีชาติ สัญชาติไทย ในความผิดฐาน “ช่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ ให้คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย พ้นจากการจับกุม”แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 อีกทั้ง นายรวีชาติ  และบุคคลต่างด้าวทั้ง ๔๔ คนได้ถูกเจ้าพนักงานควบคุมโรคจังหวัดชุมพร มีหนังสือคำสั่ง ให้ไปทำกรกักตัว กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 414 ต.หงษ์เจริญ อ.ทำแซะ จ.ชุมพร ซึ่งเมื่อครบกำหนดกักตัวแล้ว 14 วัน ก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป//

ภาพ-ข่าว ประสิทธิ์ ลีฬหคุณากร/ ชุมพร

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here