ชาวไทยตะโกนลั่นวอนรัฐฯเปิดด่านช่องสะงำให้ประชาชน 2 ชาติไปมาหาสู่กันได้(ศรีสะเกษ)

3

ที่จุดผ่านแดนถาวรไทย – กัมพูชาช่องสะงำ  ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์                     จ.ศรีสะเกษ นักท่องเที่ยวชาวไทยพากันเปล่งเสียงร้องตะโกนพร้อมกัน 3 ครั้งว่า เปิดช่องสะงำ เพื่อเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเปิดช่องสะงำ โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเฝ้าดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด

 ดร.กัลยาณี  ธรรมจารีย์  ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวศรีสะเกษและนายกสมาคมส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน จ.ศรีสะเกษและคณะ  ได้เดินทางมาติดตามสถานการณ์การท่องเที่ยวตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา โดยที่ช่องสะงำถือว่าเป็นประตูไปสู่ประเทศกัมพูชาที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยแลชาวกัมพูชา ซึ่งรัฐบาลได้มีคลายล็อคอนุญาตให้รถบรรทุกสินค้ารวมทั้งนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่ได้รับอนุญาตจากทางราชการให้ผ่านเข้าออกได้แล้ว 

แต่วไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวทั่วไปผ่านเข้าออกบริเวณนี้แต่อย่างใด  ทำให้นักท่องเที่ยวที่พากันเข้ามาเที่ยวที่ช่องสะงำต้องพากันผิดหวัง  เนื่องจากว่า ไม่สามารถที่จะผ่านเข้าไปเที่ยวในเขตประเทศกัมพูชาได้   ทำได้เพียงมายืนดูเขตประเทศกัมพูชาที่บริเวณประตูเหล็ก

 นายวิวัฒน์   รุ้งแก้ว  อดีตคณะกรรมการสภาการศึกษา ซึ่งนำคณะนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพ เข้ามาเที่ยวชมที่ช่องสะงำ กล่าวว่า  ตนเข้าใจความจำเป็นในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคคิว – 19   แต่ขณะนี้สถานการณ์ของเชื้อโรคก็ได้ผ่อนคลายไปมากแล้ว  หากเปิดจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำได้  ก็จะเป็นผลดีต่อพี่น้องทั้ง 2 ฝั่ง ไทย –  กัมพูชา เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์  ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและนายกสมาคมส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า จากการที่มาดูสถานการณ์ที่บริเวณช่องสะงำแล้ว  แม้ว่าตนอยากจะให้มีการเปิดการท่องเที่ยวไปมาหาสู่กันได้   แต่ก็ยังมีความรู้สึกเกรงว่าความปลอดภัยด้านสาธารณสุขอาจจะยังไม่พร้อม  จึงยังมีความกังวลว่าหากมีการเปิดเร็วเกินไปหรือปล่อยให้ชาวต่างชาติเข้ามาประเทศไทยอาจจะไม่ปลอดภัยจากโควิด-19  ซึ่งยังไม่มีวัคซีนในการป้องกัน  จึงเห็นว่าต้องรออีกสักหน่อยให้เขามีความพร้อมมากกว่านี้เพราะประเทศไทยได้ชื่อว่าป้องกันได้ดีที่สุดแล้วหากมีการแพร่ระบาดเข้ามาทางฝั่งนี้ ก็จะต้องกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่  ตนขอวอนรัฐบาลว่า ให้หาวิธีเจรจากับทางประเทศกัมพูชาว่า จะสามารถควบคุมแรงงานที่จะเข้ามาทำงานฝั่งไทยหรือดูแลนักท่องเที่ยวที่จะข้ามมาทางฝั่งชายแดนอย่างไรจึงจะสามารถเป็นมาตรการป้องกันที่เข้มข้นไม่ให้มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19ได้

ภาพ-ข่าว ศิริเกษ   หมายสุข ผู้สื่อข่าว จ. ศรีสะเกษ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here