ชัยภูมิ บุกจับกลุ่มนายทุนรุกป่าสร้างรีสอร์ต

1

พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน. ร่วมกับ นาย สมชาย ฉิมแย้ม หน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) บูรณาการร่วมเจ้าหน้าที่ ชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน. 2 หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชย.6(วังตะเฆ่) ตำรวจ สภ.ภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ  ตำรวจ สภ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ นำกำลังเข้าตรวจสอบแปลงที่ดินในเขตป่าไม้ถาวร ท้องที่ ต.แหลมทอง อ.ภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ เขตติดต่อ ต.ท่าด้วง อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ หลังรับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีกลุ่มนายทุนรุกป่าเตรียมสร้างรีสอร์บนเทือกเขาสูง ในพื้นที่หมู่ 4 ต.แหลมทอง อ.ภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ

 เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่ามีกลุ่มนายทุนเข้ามากว้านซื้อที่ดินในพื้นที่หมู่ 4 ต.แหลมทอง อ.ภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ โดยใช้รถแบคโฮตีป่า ปรับพื้นที่บนภูเขาสูงเป็นแบบขั้นบันได ทั้งบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าไปถึงที่เกิดเหตุพบรถแบคโฮ สีฟ้า ยี่ห้อ KUBOTA กำลังขุดปรับพื้นที่อยู่บนภูเขา เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวสั่งให้รถหยุดทำงาน แต่คนขับรถแบคโฮ ทราบชื่อภายหลัง ชื่อ นาย  ประเวช สีแสงจันทร์  หรือแจ็ค อายุ 46 ปีได้วิ่งหลบหนีเข้าป่า เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบบนรถแบคโฮ พบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และกระเป๋าสะพายสีดำ 1 ใบ ภายในเปิดออกดูพบ เงินสดจำนวน 3,330 บาทและพบยาบ้าสีชมพู บรรจุในซองแบ่ง 2  ซอง ตรวจนับจำนวนได้ 53 เม็ด เวลาต่อมานาย แจ็ค ได้ออกจากป่ามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่พร้อมกับทำการสอบสวนอย่างละเอียดต่อไป และ ในที่เกิดเหตุยัง พบ นาง  วันวิสาข์  แก้วกมล อายุ 50 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของที่ดินให้การว่าตนเองมาจากจังหวัดสระบุรี มาซื้อพื้นที่ป่าต่อจากคนในพื้นที่เมื่อปี2564 เนื้อที่ประมาณ 33 ไร่ ในราคา 130,000 บาท และได้ซื้อรถแบคโฮ มาจ้างนาย แจ็ค บุกรุกตีป่าใหม่ และปรับพื้นที่เป็นแบบขั้นบันได  ทำเส้นทางขึ้นไปบนภูเขา โดยเตรียมจะก่อสร้างบ้านพักบนยอดเขาด้วย เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศเมื่อปี 2565 ยังพบว่าภูเขาลูกนี้ยังมีสภาพเป็นป่าสมบูรณ์อยู่ ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของนาย แจ็ค ที่ให้การว่าเข้ามาขุดปรับพื้นที่เมื่อประมาณปลายปี 2565   สำหรับพื้นที่เกิดเหตุครั้งนี้อยู่ใกล้กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตะเบาะ-ห้วยใหญ่ ของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีเนื้อที่กว่า 400,000 ไร่ ที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์ และมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ต้องหยุดยั้งการบุกรุกพื้นที่ป่าต้นน้ำบริเวณนี้ให้ได้ เพื่อป้องกันมิให้ลุกลามขยายพื้นที่เข้าไปในป่าสมบูรณ์ที่เหลืออยู่ และในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนขยายผล เพื่อดำเนินคดีกับนายทุนผู้กระทำผิดที่เข้ามากว๊านซื้อที่ดินในบริเวณดังกล่าวอีกหลายราย จากการตรวจยึดพื้นที่บุกรุกดังกล่าวจำนวน 1 แปลง ตรวจยึดพื้นที่รวม 33 – 1 – 25 ไร่ คิดค่าเสียหายของรัฐเบื้องต้น เป็นเงิน 4,996,500 บาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว ผู้ต้องหาทั้งสองส่ง ให้พนักงานสอบสวน สภ.ภักดีชุมพล ดำเนินคดี ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ และพ.ร.บ. ยาเสพติดต่อไป///

ภาพ-ข่าว ทศ ตาลชัย ผู้สื่อข่าว จ.ชัยภูมิ  

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here