ชัยภูมิ ชาวบ้านออกหา เทา มาเปิบเมนูลาบเทาแซ่บอีสานขายสร้างรายได้

4

ที่หนองน้ำ ชาวบ้านบ้านภูเขาทอง  ต.โคกสะอาด ได้มีชาวบ้าน พากันนำสวิง และถังน้ำลงไปยังแหล่งน้ำดังกล่าวเพื่อหาเก็บหรือซ่อน ตัก “เทา” มาทำอาหารเมนูอีสาน “ลาบเทา” รับประทาน และขายในในชุมชน ซึ่งชาวบ้านบอกว่า “เทา” คือสาหร่ายน้ำจืดสีเขียว มีลักษณะเป็นเส้นเล็กยาวคล้ายผม สีเขียวสด มักอยู่ในหนองน้ำหรือแหล่งน้ำที่ใสสะอาดและน้ำนิ่ง ในระดับน้ำไม่ลึก สามารถมองเห็นด้วยสายตาเกาะกลุ่มกันอยู่เป็นก้อนๆ

โดย “เทา” ที่ยังอ่อนจะลอยอยู่ใต้น้ำ เหมาะนำไปปรุงเป็นอาหารรับประทาน สำหรับเทาแก่หมดอายุแล้วจะลอยตัวขึ้นเหนือน้ำ ไม่สามารถนำมาปรุงอาหารได้ ชาวบ้านจะใช้มือเกี่ยวเก็บเอาเทาสีเขียวที่อยู่ใต้น้ำแล้วนำมาล้างเก็บเศษไม้ ใบหญ้า หรือสิ่งเจือปนในเทาออกให้หมดจนสะอาดเห็นเป็นเส้นเทาสีเขียวสด จากนั้นจึงนำมาประกอบปรุงเป็นอาหารมื้อพิเศษรับประทานในครอบครัว อีกทั้งชาวบ้านคนอีสานนิยม “ลาบเทา” กินร่วมกันในหมู่เครือญาติหรือเพื่อนบ้าน

 ด้าน น. ส.บัวเรียม จำปา อายุ43 ปี ชาวบ้านภูเขาทองเผยว่า ตนเอและเพื่อนบ้านจะใช้เวลาว่างหลังเลิกงานออกมาหาเทา ไปขายโดยทำเป็นถุงถุงล่ะ20 บาท ส่วนหนึ่งก็จะทำเป็นเมนูลาบเทาขาย โดยตักเป็นถุงๆล่ะ10-20 บาท ขายให้เพื่อนบ้าน สำหรับเมนู “ลาบเทา” เครื่องปรุงที่สำคัญต้องมี หัวหอม ผักชี ต้นหอม น้ำปลาร้า มะเขือ ปลาทู หรือปลานิล ต้มปลาร้า ข้าวคั่ว พริกป่น แต่ทั้งนี้ต้องไม่ใส่มะนาว หรือสิ่งที่เป็นของเปรี้ยวทั้งสิ้น เพราะจะทำให้รสชาติไม่อร่อย และประการสำคัญ เทาสีเขียวต้องไม่ต้มหรือทำให้สุกแต่อย่างใดแพราะจะเทาให้มีรสชาติที่เปลี่ยนไปเช่นมีรสฟาดไม่อร่อย

ขั้นตอนการทำ “ลาบเทา” หลังจากได้ “เทา” ที่ล้างสะอาดแล้วมาเตรียมเครื่องปรุงลาบเทา คือ การต้มน้ำปลาร้าให้สุก พร้อมหั้นมะเขือเป็นชิ้นเล็กๆ ถั่วผักยาวหั่น ปลาทู หรือปลานิล ต้มปลาร้า แกะเอาแต่เนื้อ พริกป่น คลุกเข้าด้วยกัน ให้เป็นน้ำพริกสดมะเขือปลาทู จากนั้นนำน้ำพริกที่ได้มาคลุกกับน้ำปลาร้าสุก นำไปคลุกกับน้ำพริกปลาทูมะเขือที่เตรียมไว้ ก่อนนำเทาสีเขียวสดลงไปคลุกหรือคนให้เข้ากัน จากนั้นใส่ ต้นหอม ถั่วฝักยาวหั่นโรยด้วยข้าวคั่ว พริกป่น ปรุงรส ชาติให้ได้ตามต้องการ เสร็จแล้วได้ “ลาบเทา” สูตรบ้านนอกอีสานของแท้แบบธรรมชาติ รับประทานที่แสนอร่อยกันในครอบครัวและขายสร้างรายได้เข้าครอบครัว วันล่ะ200บาทในระยะนี้ ตามวิถีคนชนบทที่อยู่อย่างมีความสุข แบบพอเพียง

ทั้งนี้ เทา เป็นสาหร่ายน้ำจืด พบมากในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันตก ในแหล่งน้ำนิ่ง สะอาด ใส รูปร่างเป็นสายเล็กๆ เส้นยาวคล้ายผม ไม่มีกิ่งก้าน รวมกันเป็นกลุ่มสีเขียว มักพบมากในช่วงหน้าฝน ชาวบ้านนิยมนำมารับประทานหรือขายโดยม้วนเป็นก้อนกลมๆ โดยส่วนมากนำมากินเป็นผักสด ผักลวกกับน้ำพริก หรือมาลาบ ยำ แกงส้ม มีแคลเซียมและเบตา-แคโรทีนสูง

ส่วนประโยชน์ของ “เทา” จากการศึกษาของกลุ่มนักวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ พบว่าเทา 10 กรัมจะมีโปรตีนค่อนข้างสูงถึง 20% มีคาร์โบไฮเดรตประมาณ 31 % ให้เส้นใยสูงถึง 21% และยังมีวิตามินบีโดยเฉพาะ บี 2 ถึง 355 ไมโครกรัมต่อ 100 กรัม นอกจากนั้นมีกรดโฟลิก และกรดแพนโทธีนิก ซึ่งเป็นกลุ่มวิตามินที่สำคัญอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมอีกด้วย จึงนับว่าเป็นอาหารให้คุณค่าที่มาจากพื้นบ้านอย่างหนึ่ง

ภาพ-ข่าว วิรัตน์ ดวงแก้ว ผู้สื่อข่าว จ.ชัยภูมิ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here