จ.ปทุมธานี ปวีณา ช่วยเหลือเหยื่ออีก 3 ราย ถูกหลอกไปทำงานประเทศเพื่อนบ้าน ได้กลับบ้านปลอดภัยแล้ว!!

7

หลังแม่ร้องทุกข์ลูกสาวกับเพื่อนถูกหลอกไปทำงานที่เมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา ทำงานร้ายคาราโอเกะบังคับเสพยา บริการลูกค้าเมื่อไม่ทำถูกขายต่อให้นายจ้างคนจีนบังคับให้หลอกคนต่างชาติลงทุน หากไม่ทำตามก็จะให้กินข้าวแค่วันละมื้อ ถูกกักบริเวณมีชายฉกรรจ์ถือปืนคอยคุม และถูกเรียกค่าไถ่ โดย “ปวีณา” ประสาน พันเอก ณรงค์ชัย เจริญชัย รองผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร สั่งการหน่วยเฉพาะกิจราชมนู ร้อย.ร.1412 จัดกำลังร่วมกับ ชปข.ฉก.ราชมนู, ตำรวจท่องเที่ยวแม่สอด ตำรวจสภ.แม่สอด และฝ่ายปกครอง อ.แม่สอด ประสานทหารเมียนมาจนเหยื่อทั้ง 3 ราย ได้ถูกส่งกลับมายังฝั่งไทยด้านอ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา เหยื่อทั้ง 3 ราย เข้าขอบคุณ ปวีณา ขอเป็นอุทาหรณ์เตือนภัยคนไทยอย่าหลงเชื่อเดินทางไปเพราะจะถูกบังคับทำงานบริการ และบังคับเสพยาจนทำงานไม่ไหว ต้องทำงานผิดกฎหมายและไม่ได้เงินต้องกลับมาใช้หนี้

ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี จ.ปทุมธานี แม่และญาติพา น.ส.เอ อายุ 24 ปี นายบี อายุ 18 ปี และน.ส.ซี อายุ 22 ปี (ทั้งหมดนามสมมุติ) เข้าพบ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อขอบคุณที่ได้ประสานช่วยเหลือเหยื่อทั้ง 3 คน ซึ่งถูกหลอกไปทำงานที่ร้านคาราโอเกะ KTV บังคับให้เสพยา รับลูกค้า เมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา เมื่อทำงานไม่ไหวถูกขายต่อไปทำงานบังคับให้หลอกคนต่างชาติลงทุน พวกตนไม่สมัครใจทำงานก็ให้อดข้าวกินแค่วันละมื้อ ถูกกักบริเวณมีชายฉกรรจ์ถือปืนคอยคุม และถูกเรียกค่าไถ่ นางปวีณา ช่วยเหลือ จนทั้ง 3 คน ได้กลับไทยอย่างปลอดภัย และขอเป็นอุทาหรณ์เตือนคนไทยอย่าหลงเชื่อไม่มีงานสบายรายได้ดีที่ประเทศเมียนมา ถ้าเดินทางไปจะถูกบังคับให้ทำงานผิดกฎหมายและต้องถูกดำเนินคดี   

สืบเนื่องจาก แม่หญิงสาวชาว กทม. ร้องทุกข์มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ขอให้ช่วย น.ส. เอ (นามสมมุติ) ลูกสาว อายุ 24 ปี ถูกรุ่นพี่ที่รู้จักชักชวนไปทำงานประชาสัมพันธ์ที่แม่สอด  ตั้งแต่เดือน ต.ค.65 อ้างว่ารายได้ดี พอไปถึงทำงานที่ร้านคาราโอเกะ KTV ตนทำไม่ไหว ต้องเสพยา จึงถูกขายต่อให้ข้ามไป เมืองเมียวดี ประเทศเมียนมาร์ ถูกบังคับให้สร้างโปรไฟล์ปลอมในโซเชียลหลอกคนต่างชาติลงทุนเทรดหุ้น ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ทางการเงินผ่านระบบออนไลน์ พอไม่ยอมทำงานก็ไม่ให้กินข้าว ข่มขู่ ได้กินข้าวแค่วันละ 1 มื้อ นอกจากนี้ยังมีเพื่อนอีก 2 คน คือ นายบี (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี และน.ส.ซี (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี ก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน โดยนายจ้างคนจีนบอกว่าหากอยากกลับบ้านต้องหาเงินมาไถ่ตัว น.ส.เอ กับ นายบี คนละ 18,000 บาท และน.ส.ซี 49,000 บาท แต่ทั้ง 3 คน ไม่มีเงินและเกรงว่าจะถูกทำร้ายหรือถูกขาย จึงได้ติดต่อแม่มาให้ขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ

หลังรับเรื่อง นางปวีณา ได้วิดีโอคอลคุยกับเหยื่อทั้ง 3 ราย ทุกคนเล่าว่า ต้องทนอยู่อย่างทุกข์ทรมาน นายจ้างคนจีนกักบริเวณออกไปไหนไม่ได้ มีคนคอบคุมอยู่ ให้กินข้าวแค่วันละมื้อ และนางจ้างคนจีนได้เร่งรัดให้หาเงินมาไถ่ตัวมิฉะนั้นจะขายต่อไปที่อื่น จึงได้ปรึกษากันและขอให้แม่ร้องทุกข์มายังมูลนิธิปวีณาฯ ขอให้ช่วยเหลือให้ได้กลับบ้านโดยเร็ว จากนั้นนางปวีณา ได้ประสาน พันเอก ณรงค์ชัย เจริญชัย รองผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร ช่วยเหลือเหยื่อทั้ง 3 ราย จนได้เดินทางกลับไทยในวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา

นางปวีณา กล่าวว่า ทั้งนี้ทางมูลนิธิปวีณาฯ ก็จะทำการขยายผล ประสานตำรวจจับกุมผู้กระทำความผิด และขอเตือนภัยให้ทุกคนอย่าหลงเชื่อสื่อโชเชียลโฆษณาให้ไปทำงานได้รับเงินเดือนสูง ต้องถูกหลอกอยู่อย่างลำบาก ไม่มีงานสบายที่ได้เงินอย่างที่คิด และยังต้องไปทำงานที่ผิดกฎหมายถูกดำเนินคดีจำคุกในที่สุด

ภาพ-ข่าว THAIREFERENCE

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here