จับแล้ว!!! โจรบุกเดี่ยวชิงทอง กว่า 80 บาทที่ร้านทอง ในห้างดังกลางเมืองสุพรรณบุรี

5

ตำรวจใช้เวลาไม่ถึง 20 ชม.สืบสวนติดตามจับกุมโจรบุกเดี่ยวชิงทองร้าเนทอง ในห้างดัง ในจังหวัดสุพรรณบุรี ได้ของกลางสร้อยคำทองคำคืน อ้างหาเงินใช้หนี้ ธกส.ให้แม่ กับนำเงินใช้จ่ายและซื้อจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ คนในครอบครัวบอกครอบครัวไม่ได้เดือดร้อนเงิน งงไม่ทราบผู้ต้องจะเอาเงินไปทำอะไร จากกรณี เมื่อ วันที่ 25 ก.ย.คนร้ายบุกเดี่ยวก่อเหตุชิงทอง ภายในห้างสรรพสินค้า สาขาสุพรรณบุรี ริมถนนสายสุพรรณบุรี – ชัยนาท ที่เกิดเหตุชื่อ“ห้างทองเยาวราชเอ็มโกลด์” คนร้ายมีอาวุธปืน ใช้ก้อนหินทุบตู้กระจกร้านทอง กวาดสร้อยคอทองคำ 40 เส้น น้ำหนัก 83 บาท มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ขี่รถจักรยานยนต์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หลบหนีไป เบื้องต้นกล้องวงจรปิดบันทึกภาพคนร้ายขี่รถย้อนกลับมา ตาม ถนนสาย 340 สุพรรณบุรี-บางบัวทอง มุ่งหน้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี  โดยการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนีพบว่าว่าคนร้ายหลบหนีเข้าพื้นที่ ต.บ้านช้าง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี  ประกอบกับได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมบ้านของคนร้ายอยู่กลางทุ่งนา เป็นบ้านปูน 2 ชั้น หลังใหญ่ มีรถยนต์เก๋งจอดอยู่ 1 คัน และรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์อีก 1 คันและรถจักรยานยนต์คันที่ก่อเหตุ 1 คัน  กำลังเจ้าหน้าที่จึงเข้าจู่โจมเข้าจับกุมคนร้ายร้ายนี้เอาไว้ได้พร้อมของกลางสร้อยคอทองคำ รถจักรยานยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุ อาวุธปืนขนาด  9 มม.กระสุน 20 นัด ที่ใช้ก่อเหตุทราบชื่อนายทรงพล เกิดศรีเล็ก อายุ 34 ปี “ดี้ย่านซื่อ” อยู่บ้านเลขที่ 12 บ้านย่านซื่อ หมู่ 4 ต.บ้านช้าง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ของกลางสร้อยคอทองคำถูกผังดินไว้หลังบ้าน และนำเอากระเป๋าสะพายไปเผาทำลายหลักฐานหลังบ้าน  พล.ต.ท.ธนา ชูวงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ลงพื้นที่มาสอบสวนผู้ต้องหาและตรวจสอบจุดที่คนร้ายนำของกลางไปซ่อนและเผาทำลายหลักฐานเบื้องต้นนายทรงพล ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าทำงานเป็นพนักงานโรงงานแห่งหนึ่ง พื้นที่ อ.บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา และช่วงสายวันที่ 25 ก.ย.ได้ขี่รถจักรายนต์ไปก่อเหตุชิงเงินพื้นที่ อ.บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้เงินมา 600 บาท จากนั้นช่วงบ่ายวันเดียวกันได้มาก่อเหตุชิงทองห้างโลตัสสุพรรณบุรี ได้สร้อยคำทองคำมา จำนวน กว่า 80 บาท ส่วนที่ใช้ก้อนหินขว้างปาใส่ตู้กระจกนั้นตนเข้าใจว่าเป็นกระจกนิรภัย จึงใช้ก้อนหินซึ่งมีน้ำหนัก และที่ตนถีบเข่งสานไม้ไผของชาวบ้านเนื่องจากเห็นชาวบ้านจะโทรศัพท์แจ้งตำรวจจึงถีบขู่  เวลา 13.00 น.วันที่ 26 ก.ย.พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พ.ต.อ.อภิชิต สุรพินิจ  พ.ต.อ.กฤษณ์ วาฤทธิ์ พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี พ.ต.อ.สมพร พุกหอม ผู้กำกับการสถานีตำรวจ สภ.เมืองสุพรรณบุรี พ.ต.อ.จรูญศักดิ์ โต๊ะทอง ผกก.บก.สส.ภ7 ควบคุมตัวผู้ต้องไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ร้านทองและที่ลานจอดรถก่อนคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี เจ้าของร้านทองได้ มอบกระเช้าดอกไม้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดทำงานที่สืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายมาได้อย่างรวดเร็ว ส่วนของกลางสร้อยคอทองคำที่คนร้ายได้ไป จำนวน 40 เส้น หนัก 83 บาท ของกลางที่สามารถยึดคืนมาได้ จำนวน 37 เส้น ส่วนที่หายเป็น 3 เส้น เป็นสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท จำนวน 2 เส้น และ หนัก 1 บาท จำนวน 1 เส้น จึงได้สร้อยคอทองคำคืนกลับมา จำนวน 37 เส้น หนัก 72 บาท สรุปสร้อยคำทองคำหายไป 11 บาท ซึ่งคาดว่าคนร้ายน่าจะทำหล่น ขณะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีหายระหว่างทาง เนื่องจากคนร้ายเอาทองใส่ตระกล้าหน้ารถจักรยานยนต์ จากนั้นแจ้งข้อหา “ชิงทรัพย์และมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” หลังทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ต่อมาเจ้าหน้าที่บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ประสานมารับตัวไปทำแผนประคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ ร้านขายวัสดุก่อสร้างพื้นที่บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยาต่อไป   

ภาพ-ข่าว   มงคล สว่างศรี สุพรรณบุรี

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here