คดีไม่คืบหน้าร้องกรมป่าไม้ DSI กรมสอบสวนคดีพิเศษ รีสอร์ทบุกรุกที่ป่าสงวนหลายสิบไร่ สอบถาม ผอ.ปฎิเสธวุ่น

184

นายณรงค์ ทองพรรณงาม บ้ พร้อมด้วยเอกสารการบุกรุกทีดินป่าสงวน กว่า 50 ไร่ หรือไม่ ของบ้านเลขที่ 1 บ้านวังไร่ส้ม หมู่ 1 ต.ทุ่งนางาม อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี เข้าพบกับนายสุรชัย อจบุญ อธิบดีกรมป่าไม้กรมป่าไม้ ถ.พหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เพื่อติดตามคดีความว่า ได้มีการดำเนินคดีไปถึงขั้นตอนไหน โดย อธิบดีกรมป่าไม้  ให้นายพฤกษ์ โสโน ผอ.สำนักส่งเสริมปลูกป่า กรมป่าไม้ มารับเรื่องแทน พร้อมกับได้รับปากว่าจะติดตามคดีดังกล่าวให้ถึงที่สุด

จากนั้นนายณรงค์ ทองพรรณงาม เดินทางไปยังสำนักงานกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ โดยมี ร.ต.อ.ปิยะ รักษ์กุล ผู้อำนวยการกองบริหารคดีพิเศษ เป็นตัวแทนรับหนังสือการร้องเรียน พร้อมกับกล่าวว่า ซึ่งในเรื่องดังกล่าวนั้นทาง (ดีเอสไอ) ได้มีการดำเนินการไปถึงไหนแล้ว และถ้ามีความคืบหน้ายังไง ก็แจ้งให้ทราบ แต่ถ้าไม่เป็นผล จะดำเนินการยังต่อไรต่อ ทางเรามีศูนย์ปฏิบัติการพื้นที่ 6 อยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก ก็จะลงมาดูพื้นที่จังหวัดอุทัยธานีด้วย และดำเนินการยังไรก็จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

ผู้ร้องเรียนกล่าวว่า เมื่อต้นปี 63  ตนเองได้ติดตามร้องเรียนกับกรมป่าไม้  เรื่องการบุกรุกที่ป่าสงวน หลังจากนั้น เมื่อวันที่ 7 พ.ค.63 เจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพร ของกรมป่าไม้  ได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ กอ.รมน. เจ้าหน้าที่ปกครองอ.ลานสัก จ.อุทัยธานี เข้าตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวน ของบ้านเลขที่ 1 บ้านวังไร่ส้ม หมู่ 1 ต.ทุ่งนางาม อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี  ภายในได้มีการสร้างรีสอร์ท จำนวน 120 กว่าห้อง ปลูกสร้างอาคาร 2 ชั้น  ให้บริการเป็นเวลานานกว่า 10 ปี เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2563 หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้น เข้าทำการตรวจค้นภายบ้านวังไร่ พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ดินของสำนักงานการปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) และ ภ.บ.ท.5 จำนวน 50 ไร่   หลังจากนั้น นายเธียรวิชญ์ มุสิกะวงศ์ ศูนย์ป่าไม้อุทัยธานี พร้อมนายอัครพงษ์ อำพิน เจ้าพนักงานป่าไม้ อน.8 อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ได้รับมอบหมายจากสำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 จังหวัดนครสวรรค์ เข้าแจ้งความกับผู้บุกรุกที่ป่าสงวน กับเจ้าของคดี พ.ต.ท.สันติ ทองเชื้อ สารวัตรเวร สภ.ลานสัก จ.อุทัยธานี หลังจากนั้นคดีดังกล่าวได้เงียบหายไป ตนเองจึงได้สอบถามไปยัง ผอ.สำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 จังหวัดนครสวรรค์ ได้คำตอบเพียงสั้นว่า ว่าเรื่องดังกล่าวนั้นมันนานมาแล้ว ตนเองจำไม่ได้ ตนเองจึงได้ติดตามเรื่องดังกล่าว พร้อมกับทำเอกสานมายัง กรมป่าไม้ และ สำนักงานกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งก่อนหน้านั้น ตนเองเคยมาร้องเรียนไว้แล้ว ซึ่งเป็นที่พึ่งสุดท้ายสำหรับประชาชน

 สำนักงานสหกรณ์จังหวัดอุทัยธานี ได้ชี้แจงว่า พื้นที่ดังกล่าวของนิคมทับเสลา เป็นพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าห้วยทับเสลาและป่าห้วยคอกควาย  ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 เป็นพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ผู้ถือครองที่ดินไม่สามารถมอบให้กับบุคคลอื่นได้ เว้นแต่ตกทอดทางมรดกเท่านั้น ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในระหว่างการขออนุญาตเข้าทำประโยชน์จากกรมป่าไม้ แต่กรมป่าไม้ยังไม่อนุญาตให้เข้าใช้ประโยชน์ หากราษฎรจะประสงค์ดำเนินการอื่นใดนอกจากทำการเกษตร และที่อยู่อาศัยจะต้องขออนุญาตและปฏิบัติตามเงื่อนไขของกรมป่าไม้เท่านั้น

ภาพ-ข่าว พชร พัสกุล   สมาคมสื่อมวลชนอุทัยธานี

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here