กาฬสินธุ์ น้ำทะลักท่วมถนนสายหลักแขวงทางหลวงเข้าแก้ปัญหาตลอดคืน

6

พายุโซนร้อน “มู่หลาน” ถล่มกาฬสินธุ์ น้ำป่าไหลทะลักเข้าท่วมถนนสายหลัก ช่วง จ.กาฬสินธุ์ไป อ.สมเด็จ แขวงการทางเข้าแก้ไขปัญหาทันที หลังเกิดเหตุรถแท็กซี่ถูกกระแสน้ำพัดหวิดตกถนนสิ้นชื่อ บริเวณท้องโค้งจุดก่อสร้าง เมื่อคืนที่ผ่านมาจากเหตุการณ์รถแท็กซี่เขียว-เหลืองคันหนึ่ง ขับผ่านบริเวณ จุดก่อสร้างถนนหมายเลข 12 ช่วงบ้านคำบอน ต.กลางหมื่น อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ มุ่งหน้า จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งขณะนั้นได้เกิดน้ำหลากท่วมถนน ซึ่งแสน้ำป่าที่ไหลมาอย่างรุนแรง ทำให้รถเสียหลักเกือบตกถนน ส่งผลให้เจ้าหน้าที่แขวงการทางกาฬสินธุ์ และผู้รับเหมาก่อสร้าง ต้องเร่งเข้าทำการแก้ไขปัญหา โดยการเปลี่ยนช่วงจราจร จากฝั่งทางด้านซ้าย มาใช้ช่องจราจรฝั่งทางด้านขวา ซึ่งกำลังก่อสร้างแล้วเสร็จ อย่างฉุกละหุก เนื่องจาก พายุโซนร้อน “มู่หลาน” ได้พัดถล่มพื้นที่เหนือเส้นทางดังกล่าวจนเกิดน้ำป่าไหลหลากทะลักเข้าท่วมถนนที่กำลังก่อสร้าง เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบริเวณดังกล่าว ซึ่งเกิดเหตุน้ำท่วมผิวจราจรทุกครั้ง เมื่อเกิดฝนตกหนัก

ล่าสุด นางดวงตา พายุพล ผู้อำนวยการแขวงการทางกาฬสินธุ์ พร้อมด้วย นายชัยโรจน์ แก้มแข รองผู้อำนวยการแขวงการทางกาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่-ผู้รับเหมาก่อสร้าง ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเหตุน้ำป่าทะลักท่วมผิวจราจรจนเป็นเหตุให้แท็กซี่เขียว-เหลือง เสียหลักหวิดถูกน้ำพัดตกถนน ตามภาพถ่ายดังกล่าวนายชัยโรจน์ แก้วแกมแข รองผู้อำนวยการแขวงการทางกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า แขวงทางหลวงกาฬสินธุ์ กรมทางหลวง ได้รับงบประมาณ โครงการก่อสร้างงานพื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน ทางหลวงหมายเลข 12 ตอน ลำน้ำพาน – หนองผ้าอ้อม ระหว่าง กม. 658+645 – กม.659+900 หรือ เส้นทางสายกาฬสินธุ์-อ.สมเด็จ ช่วงจากสวนป่าสมเด็จถึงจุดกลับรถทางแยกบ้านคำบอน พื้นที่ตำบลนาจารย์ ตำบลกลางหมื่น อำเภอเมืองกาฬสินธุ์

เป็นการดำเนินการก่อสร้าง Box Culvert จำนวน 2 แห่ง และก่อสร้างยกระดับคันทางขึ้นใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาป้องกันน้ำท่วมผิวทางจราจร ซึ่งระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง ได้ปิดช่องจราจร 2 ช่องจราจร ด้านขวาทาง เพื่อเบี่ยงช่องจราจรให้รถวิ่งสวนกัน เป็นระยะทาง 1.5 กม. ตลอดระยะเวลา 24 ชั่วโมง ซึ่ง ณ เวลานี้ ได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จในช่องจราจรฝั่งขวา จึงได้เปลี่ยนมาเบี่ยงช่องจราจรให้รถวิ่งสวนกันทางฝั่งด้านขวา และปิด 2 ช่องจราจรฝั่งด้านซ้าย เพื่อดำเนินการก่อสร้างขณะที่ นางดวงตา พายุพล ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บริเวณช่องทางจราจรทางฝั่งซ้ายทาง เนื่องจากสมัยก่อนพื้นที่ด้านบนเป็นป่าไม้ที่สมบูรณ์ แต่ปัจจุบันมีการตัดไม้ทำไร่อ้อย ไร่มัน เมื่อเกิดฝนตกหนักจึงไม่มีป่าไม้ชะลอน้ำป่าที่ไหลหลาก ทำให้นำไหลบ่าเข้าท่วมผิวจราจาบริเวณจุดก่อสร้างสำหรับแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ซึ่งแขวงการทางกาฬสินธุ์ ได้รับงบประมาณจากส่วนกลาง สำหรับแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ ซึ่งจุดเกิดเหตุก็เป็นจุดที่เป็นท้องโค้ง และมีช่องระบายน้ำเดิมที่ไม่เพียงพอต่อการระบายน้ำ

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องของภัยพิบัติตามธรรมชาติ ไม่สามารถจะคาดการณ์ได้ นับได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก แต่อย่างไรก็ตาม ก็อยากจะกราบขอโทษพี่น้องประชาชนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะว่าเวลาที่น้ำป่าไหลบ่าเข้ามาท่วมถนน ยอมรับว่ามีระดับน้ำที่ท่วมผิวถนนจะสูงจริงๆ ก็ต้องกราบขอโทษกับพี่น้องประชาชนที่ขับรถผ่านมาบริเวณนี้ด้วยจริงๆ อย่างไรก็ตาม ขอให้ใช้ความระมัดระวัง ควรให้ความสำคัญกับสัญญานจราจรข้างทาง ซึ่งตนได้สั่งการให้ผู้รับเหมาก่อสร้างติดตั้งป้ายแจ้งเตือนจราจร ป้ายชะลอความเร็ว ก่อนเข้าสู่พื้นที่ก่อสร้าง และขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชนขอให้ปฏิบัติตามป้ายแจ้งเตือนจราจร เมื่อผ่านบริเวณก่อสร้างอย่างเคร่งครัด

ภาพ-ข่าว อาทิตย์ จ.กาฬสินธุ์

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here