กาฬสินธุ์ จี้เอาโทษวินัยอาญา กรรมการออมทรัพย์ครู

141

 ชมรมพิทักษ์สิทธิ์สมาชิกออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์เข้าติดตามการดำเนินการทางวินัย และคดีอาญากับกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ที่ทำหลักฐานเท็จฟ้องสมาชิกในที่สุดศาลยกฟ้อง

สืบเนื่องจากกรณีที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ โดยคณะกรรมการชุดที่ 61 ได้ใช้อำนาจหน้าที่ฟ้องคดีอาญาต่อสมาชิกและบุคคลภายนอกฐานยักยอกเงิน ในที่สุดศาลยกฟ้องบุคคลภายนอกจึงนำมาสู่การร้องเรียนเอาโทษทางวินัยและคดีอาญากับคณะกรรมการชุดดังกล่าว

ดร.ไพฑูรย์  จรทะผา  ประธานชมรมพิทักษ์สิทธิ์สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ พร้อมแกนนำได้เข้าพบนายเพิ่มพูน พงษ์พวงเพชร ศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งติดราชการจึงมอบหมายให้นายณัฐพงษ์ สุวรรณวงษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานบุคคล สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นผู้รับหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษ เร่งรัดให้ดำเนินการทางวินัยกับกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ ชุดที่ 61 ที่ใช้อำนาจหน้าที่ในการดำเนินคดีอาญากับสมาชิกและบุคคลภายนอกที่ขัดต่อข้อบังคับของสหกรณ์และกฎหมาย

ทำให้สหกรณ์ต้องเสียเงินงบประมาณ โดยศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2564 ตามคดีหมายเลขแดงที่ 1112/64 ซึ่งมีสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ จำกัด เป็นโจทก์ร่วมกับอัยการ สมาชิกและบุคคลภายนอก เป็นจำเลย โดยศาลมีคำพิพากษาว่า “จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคสอง พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยที่ 1 ประกอบพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่า จำเลยที่ 1 ได้รับโล่เกียรติยศบุคคลดีเด่นด้านการต่อต้านการทุจริต ประจำปี 2562 และได้รับเกียรติบัตรเกี่ยวกับเครือข่ายการต่อต้านการทุจริต เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 เคยถูกจำคุกมาก่อน นิสัยและความประพฤติโดยทั่วไปไม่ปรากฏข้อเสียหายร้ายแรง จำเลยที่ 1 ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชุมชน ทั้งสำนึกในการกระทำความผิดและพยายามบรรเทาผลร้ายที่เกิดขึ้นโดยวางเงิน 70,823.34 บาท แก่โจทก์ร่วม อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 จึงให้รอกำหนดโทษของจำเลยที่ 1 ไว้ 2 ปี และให้จำเลยที่ 1 คืนเงิน 286,518.09 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย ยกฟ้องโจทก์และโจทก์ร่วมสำหรับจำเลยที่ 2”

ดร.ไพฑูรย์  จรทะผา ประธานชมรมพิทักษ์สิทธิ์สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ กล่าวว่า “คดีนี้ทางชมรมได้รับการร้องขอจากมวลสมาชิกให้ติดตามการทำหน้าที่ของคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ จำกัดทุกชุดมาโดยตลอด เพื่อรักษาผลประโยชน์ของมวลสมาชิกและสหกรณ์เป็นสำคัญ และพบว่าการใช้อำนาจหน้าที่ตามอำเภอใจของคณะกรรมการสหกรณ์เกิดค่าใช้จ่ายตามมามากมาย เช่น ค่าจ้างทนายความ ค่าเบี้ยเลี้ยงตอบแทนคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ในการไปศาล ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามมาโดยไม่มีความจำเป็น พร้อมกันนี้ คณะกรรมการได้ใช้เอกสารพยานหลักฐานที่มิชอบประกอบคดี จึงเป็นเหตุให้ศาลพิพากษายกฟ้องตนเองและสมาชิก จึงติดตามเพื่อเอาโทษทางวินัยและอาญากับคณะกรรมการชุดดังกล่าว”

นายณัฐพงษ์ สุวรรณวงษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานบุคคล กล่าวว่า “เมื่อได้รับหนังสือจากผู้ร้องแล้ว ทางสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์ จะดำเนินการแจ้งส่งเรื่องให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป”

ภาพ-ข่าว อาทิตย์ จ.กาฬสินธุ์

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here