กสอ.ช่วยสร้างอาชีพให้สื่อที่ถูกเลิกจ้าง - อาสาไทยยืนยัน เว็บสารคดีข่าวเชิงลึกและไลฟ์สไตล์
อาสาไทยยืนยัน

กสอ.ช่วยสร้างอาชีพให้สื่อที่ถูกเลิกจ้าง

กสอ.สานฝันให้สื่อที่ถูกเลิกจ้าง และมนุษย์เงินเดือน ที่ต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจ และสร้างรายได้เสริม ด้วยโครงการ “ฟู้ดทรัคหน้าใหม่” สร้างผู้ประกอบการหน้าใหม่ โดยใช้ระบบเครือข่ายเข้ามาสนับสนุนการตลาด เตรียมทุ่มงบประมาณกว่า 20 ล้านบาท ช่วยยกระดับเศรษฐกิจฐานรากฟู๊ดทรัคกว่า 500 ราย ภายในปีงบประมาณ 2563

อาสาไทยยืนยัน Thai Reference กสอ.ช่วยสร้างอาชีพให้สื่อที่ถูกเลิกจ้าง

นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า อุตสาหกรรม
ร้านจำหน่ายสินค้าเคลื่อนที่ หรือ ฟู้ดทรัค กำลังเป็นกระแสนิยมและมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว
โดยข้อมูลการส่งเสริมธุรกิจฟู้ดทรัคของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ระบุว่า ปัจจุบันมีรถฟู้ดทรัคกว่า 1,500 คันทั่วประเทศ คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ กว่า 1,350 ล้านบาท สร้างรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 4,000 บาท/วัน ซึ่งเป็นเม็ดเงินที่ค่อนข้างสูง กสอ. จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการกลุ่มฟู้ดทรัคหน้าใหม่ให้เพิ่มขึ้น เพื่อขยายฐานการตลาดให้เพิ่มขึ้นสอดรับกับความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงยกระดับมาตรฐานอาหารสตรีทฟู้ด ให้มีความสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล
โดย กสอ. ได้จัดสรรงบประมาณ จัดการฝึกอบรมและพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ ให้มีองค์ความรู้ตั้งแต่การเริ่มต้นทำธุรกิจฟู้ดทรัค การพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ การเขียนแบบจำลองธุรกิจ และกิจกรรมให้คำปรึกษารายเดี่ยว โดยร่วมกับสถาบันอาหาร จัดอบรม 4 วัน มีผู้เข้าร่วมอบรม 2 รุ่น รวม 100 ราย ส่วนกิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจฟู้ดทรัค (Food Truck Business Networking) ที่จัดในวันที่ 6 สิงหาคม 2562 ที่อิมแพค เมืองทองธานีนี้ เป็นกิจกรรมที่ให้กลุ่มผู้ประกอบการที่เข้ารับการฝึกอบรมได้มีโอกาสพบปะผู้ประกอบการที่สนับสนุนธุรกิจฟู้ดทรัค จำนวนกว่า 30 ราย ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตรถฟู้ดทรัค ผู้ผลิตวัตถุดิบ ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ ธนาคาร ประกันภัย ผู้ผลิตซอฟแวร์ เป็นต้น

อาสาไทยยืนยัน Thai Reference กสอ.ช่วยสร้างอาชีพให้สื่อที่ถูกเลิกจ้าง

นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้สนใจภายนอกเข้าร่วมกิจกรรมด้วย โดยเน้นโอกาสในการสร้างรายได้เสริมให้กับมนุษย์เงินเดือน ช่วยเหลือผู้ว่างงาน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอาชีพสื่อมวลชนที่ขณะนี้มีการเลิกจ้างพนักงานเป็นจำนวนมาก หรือ แม้แต่ผู้ที่เกษียณและอยากมีกิจกรรมทำเพิ่มเติม โดยมีมาตรการพิเศษเฉพาะสำหรับผู้ว่างงาน คือ
1) การให้เช่ารถฟู้ดทรัคในราคาพิเศษ พร้อมแฟรนไชส์
2) การให้ทดลองทำธุรกิจฟู้ดทรัคแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย เช่น ที่บริเวณถนนจันทน์ และวัชรพล เป็นต้น
3) การบริการให้คำปรึกษาแนะนำในการเริ่มต้นธุรกิจฟู้ดทรัคกับทีมงานคลัสเตอร์ประเทศไทย
4) กิจกรรมขายสินค้าทดสอบตลาด ในบริเวณหน่วยงานราชการ และหน่วยงานเครือข่ายต่าง ๆ และ
5) สินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนดอกเบี้ย 4%

“เมื่อผู้ประกอบการผ่านการพัฒนาในบันไดขั้นที่ 2 นี้แล้ว กสอ. ยังมี 5 มาตรการ
ให้การสนับสนุน ตั้งแต่ มาตรฐาน SMART4 หลักสูตรการบ่มเพาะต่อเนื่องต่าง ๆ กลไกช่วยเหลือของคลัสเตอร์ การออกตลาดฟู้ดทรัค และสินเชื่อพิเศษ ซึ่ง กสอ. มุ่งหวังที่จะสร้างรายได้เสริมให้กับพนักงานประจำ รวมถึงช่วยเหลือผู้ว่างงาน และพร้อมเตรียมยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งกว่า 500 ราย โดยได้วางกรอบของบประมาณในปี พ.ศ. 2563 เอาไว้ กว่า 20 ล้านบาท พร้อมเน้นย้ำว่า กสอ. มุ่งมั่นส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการฟู้ดทรัคให้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรม เกิดความเข้มแข็ง และมีความยั่งยืน โดยจะส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการฟู้ดทรัคได้มากกว่า 3,500 ราย และคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 3,000 ล้านบาท และเกิดเงินหมุนเวียนในเครือข่ายธุรกิจนี้ได้อีกกว่า 20,000 ล้านบาท”

อาสาไทยยืนยัน Thai Reference กสอ.ช่วยสร้างอาชีพให้สื่อที่ถูกเลิกจ้าง

ในงาน Food Truck Business Networking ยังมีการเสวนา โดยผู้ประสบความสำเร็จในการทำรถฟู๊ดทรัค และผู้ประกอบการหน้าใหม่ ขึ้นเวทีเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และความคิด ในห้วข้อ “ฟู๊ดทรัค ธุรกิจติดล้อ ไม่ง้อเงินเดือน” ดำเนินการเสวนา โดย ดร.พลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ และมีแขกรับเชิญ 3 คน คือ คุณสมพล แย้มหลั่งทรัพย์ เดิมเป็นเชฟ และออกมาทำธุรกิจฟู๊ดทรัค และโรงเรียนสอนทำอาหาร ให้ข้อคิดว่า ผู้ที่จะเริ่มต้นธุรกิจฟู้ดทรัค ต้องเข้าใจในสิ่งที่จะทำ ทำอาหารก็ต้องอร่อย ผ่านการทดสอบการชิมจากคนหมู่มาก ห้ามอร่อยอยู่คนเดียว ศึกษาจุดอ่อนจุดแข็งของสินค้าตนเองและลูกค้า สำหรับประเทศไทยนั้น ไม่มีธุรกิจใดจะดีเท่ากับเรื่องของอาหารและเครื่องดื่ม เนื่องจากทุกคนต้องกินต้องดื่ม และประเทศไทยผลิตวัตถุดิบได้เองมากมาย
แขกรับเชิญคนที่ 2 คือ คุณธนิดา กิจบำรุง เคยทำอาชีพสื่อมวลชนมานานกว่า 27 ปี และ
เริ่มต้นเข้ามาทำธุรกิจฟู๊ดทรัค โดยใช้ความเป็นสื่อมวลชนมาสนับสนุนธุรกิจ ทำให้มีต้นทุนต่ำในการทำประชาสัมพันธ์ และทำการตลาด แต่เติมเต็มจุดอ่อนเรื่องการทำอาหารไม่เก่ง ด้วยการจับคู่ธุรกิจกับเชฟ หรือคนทำอาหารเก่ง ๆ วางเป้าหมายว่า จะทำให้ธุรกิจฟู้ดทรัคประสบความสำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมกับเชิญชวนสื่อมวลชนที่ถูกเลิกจ้าง มาร่วมกิจกรรมนี้ และจะช่วยหาคู่ธุรกิจกับคนทำอาหารให้ด้วย โดยติดต่อผ่าน Line ID : tanida_k และในอนาคตอยากให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้ามาจัดการ จัดเก็บข้อมูล Big Data บนสื่อออนไลน์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการ ว่า ฐานข้อมูลของลูกค้าจะเป็นสิทธิ์เฉพาะตัว ที่ไม่ต้องเอาไปฝากไว้กับภาคเอกชน ที่รับจัดส่งอาหารยี่ห้อต่าง ๆ
แขกรับเชิญคนที่ 3 คือ ว่าที่ร้อยตรีเกื้อ กาญจนวัฒนา เจ้าของฟู๊ดทรัคและแฟรนไชส์ ร้านเก๋จังน้ำปลาหวาน เป็นอดีตวิศวกรไฟฟ้า ที่ลาออกจากมนุษย์เงินเดือน มาทำฟู๊ดทรัค เพราะสร้างรายได้ดีกว่า และแนะนำว่า ขั้นตอนการเริ่มทำฟู๊ดทรัค ควรมารับการอบรมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมก่อน จะได้รับความรู้ และการสนับสนุนในหลาย ๆ ด้าน ทั้งขั้นตอนการผลิต ไปจนถึงการหาพื้นที่ขาย

อาสาไทยยืนยัน Thai Reference กสอ.ช่วยสร้างอาชีพให้สื่อที่ถูกเลิกจ้าง

กล่าวโดยสรุปคือ ผู้ประกอบการฟู๊ดทรัค ที่จะประสบความสำเร็จ ต้องรู้จักข้อดี ข้อด้อยของผลิตภัณฑ์ที่จะขาย หากลุ่มลูกค้าให้เจอ มีการพัฒนาธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ ต้องวางแผนการตลาด และประชาสัมพันธ์ให้สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยสื่อยุคดิจิทัล เป็นสื่อหลักที่ประสบความสำเร็จของระบบฟู๊ดทรัคในปัจจุบัน หากสื่อมวลชนที่ถูกเลิกจ้าง จะจับคู่ธุรกิจกับผู้ทำอาหารได้ แนวโน้มจะประสบความสำเร็จในธุรกิจฟู้ดทรัคจะรวดเร็วยิ่งขึ้น และการเข้ารับการอบรม start up food truck จะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ในหลายเรื่องทั้งกระบวนการผลิต การตลาด และเงินลงทุน

แทก
แสดงเพิ่มเติม

บทความใกล้เคียง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button
Close